ไมโครซอฟต์ประกาศหยุดสนับสนุนวินโดวส์เวอร์ชันเก่า 3 รุ่นในกลางปีหน้า 2553

win2000

บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำผู้ใช้งาน Microsoft® Windows Vista RTM, Microsoft® Windows XP SP2 และ Microsoft® Windows 2000 Professional and Server ให้ติดตั้งผลิตภัณฑ์วินโดวส์ในเวอร์ชั่นเซอร์วิสแพคที่ยังได้รับการสนับสนุนการอัพเดทอยู่ หรือเปลี่ยนไปสู่ Microsoft® Windows 7 เนื่องจากช่วงอายุของการสนับสนุนผลิตภัณฑ์วินโดวส์ในเวอร์ชั่นดังกล่าวจะจบลง และส่งผลให้การสนับสนุนทางด้านระบบความปลอดภัยยุติลงด้วย

ทั้งนี้การสนับสนุนของไมโครซอฟท์ในผลิตภัณฑ์ Microsoft® Windows Vista RTM จะสิ้นสุดในวันที่ 13 เมษายน 2553 และในส่วนของ Windows 2000 Professional and Server และ Windows XP SP2 จะยุติการสนับสนุนตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม 2553 เป็นต้นไป

นางสาวลิซ่า ลัม ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ลูกค้าที่ใช้งานวินโดวส์ในเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้จะยังคงใช้งานได้อยู่ตามปกติโดยไม่ได้รับผลกระทบในส่วนของฟังก์ชั่นการทำงานต่างๆ ทั้งนี้การยุติการสนับสนุน Microsoft® Windows Vista RTM, Microsoft® Windows XP SP2 และ Microsoft® Windows 2000 Professional and Server หมายถึงการที่ไมโครซอฟท์จะหยุดการอัพเดทสิ่งใหม่ๆ ให้กับผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 รุ่น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการรักษาความปลอดภัยของระบบ โดยเราพบว่าหลังจากที่ระบบปฏิบัติการ Microsoft® Windows 7 ซึ่งเปิดตัวในประเทศไทยมาได้กว่า 6 เดือนแล้วนั้นผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ที่ดี และมีเสียงสะท้อนในเชิงบวกอย่างมากทำให้เรามั่นใจว่าลูกค้าจะไม่ผิดหวังกับการใช้งานระบบปฏิบัติการ Microsoft® Windows 7 ดังนั้นช่วงเวลานี้จึงอาจจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการอัพเกรดระบบที่ผู้ใช้งานใช้อยู่ในปัจจุบัน”

สำหรับการยุติการสนับสนุนในครั้งนี้ไมโครซอฟท์แนะนำผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์วินโดวส์ในเวอร์ชั่นที่เกี่ยวข้องให้ปรับเปลี่ยนระบบไปสู่ระบบที่ทันสมัยมากขึ้นดังต่อไปนี้

·       Microsoft® Windows Vista RTM à Microsoft® Windows Vista SP 2 หรือ Microsoft® Windows 7
·       Microsoft® Windows 2000 Professional and Server à Microsoft® Windows Server 2008 R2 หรือ Microsoft® Windows 7           
·       Microsoft® Windows XP SP2 à Microsoft® Windows XP SP 3 ที่มีการติดตั้ง IE 8 หรือ Microsoft® Windows 7

นอกจากนี้ไมโครซอฟท์ยังได้แนะนำให้ผู้บริโภคได้ทดลองผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของไมโครซอฟท์ รวมถึง Microsoft® Windows 7 ได้ที่ Microsoft Experience Gallery ซึ่งตั้งอยู่ที่ ไอทีมอล ฟอร์จูนทาวน์เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานในประเทศไทยสามารถค้นหา และมีโอกาสได้ใช้งานซอฟต์แวร์ที่เหมาะกับการใช้งานของตนเอง

นางสาวลิซ่า กล่าวเพิ่มเติมว่า “สิ่งที่ดีที่สุดที่ผู้ใช้งานควรทำหากยังไม่พร้อมที่จะอัพเกรดไปสู่ Microsoft® Windows 7 คือการติดตั้งผลิตภัณฑ์วินโดวส์เซอร์วิสแพคที่ยังได้รับการสนับสนุนอยู่ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ นอกจากนี้การอัพเกรดระบบเบราเซอร์ไปสู่ Internet Explorer 8 ก็จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะช่วยยกระดับการปกป้องระบบให้ปลอดภัยจากการคุกคามเมื่อใช้งานเบราเซอร์ออนไลน์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน และจะเป็นการทำให้ผู้ใช้งานได้รับการอัพเดท และการสนับสนุนจากไมโครซอฟท์ทันทีที่มีความคืบหน้าใหม่ๆ”

ลูกค้าไมโครซอฟท์ที่ต้องการจะปกป้องคอมพิวเตอร์ให้ปลอดภัย และทันสมัยอยู่เสมอ สามารถทำตามคำแนะนำง่ายๆ ดังต่อไปนี้

·       ตรวจสอบการอัพเดทต่างๆ ได้ที่ http://update.microsoft.com/microsoftupdate
·       ติดตั้งระบบการอัพเดทที่สำคัญๆ หรือที่ได้รับคำแนะนำจากไมโครซอฟท์
·       ติดตั้งระบบให้อยู่ในรูปแบบของการรับอัพเดทแบบอัตโนมัติ หรือตรวจสอบการอัพเดทอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าระบบได้รับการปกป้องอย่างสมบูรณ์อยู่เสมอ
·       ดาวน์โหลด Internet Explorer 8 ได้ที่ http://www.microsoft.com/windows/internet-explorer/default.aspx เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยขณะใช้งานเบราเซอร์
·       ดาวน์โหลด Microsoft Security Essential (สามารถเลือกดาวน์โหลดเวอร์ชั่นภาษาไทยได้) ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัส สปายแวร์ และมัลแวร์ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์จากไมโครซอฟท์นำไปใช้งานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

บทความที่เกี่ยวข้อง

You can leave a response, or trackback from your own site.

Leave a Reply


Powered by WordPress