Home > QuickNote > Netbook & Nettop ตลาดใหม่ที่น่าจับตา


Netbook & Nettop ตลาดใหม่ที่น่าจับตา

June 12th, 2008

อันที่จริงผมตั้งใจจะเขียนความเห็นเกี่ยวเรื่อง Netbook & Nettop ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเมษายนหรืออย่างช้าไม่เกินต้นเดือนพฤษภาคม เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องกับบทความ “สงคราม Low Cost PC (Netbook) สมรภูมิรบที่ ASUS ต้องเตรียมรับมือ” ที่เขียนลงใน QuickPC ฉบับเดือนเมษายน แต่มาคิดอีกผมก็เห็นว่าน่าจะรอให้อินเทลเปิดตัวซีพียู Atom รวมไปถึงรอให้ HP เปิดตัว Mini-Note PC และรอให้ Acer เปิดตัว Netbook ด้วยอีกยี่ห้อจะดีกว่า เพราะ HP และ Acer ถือว่าเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดโน้ตบุ๊กบ้านเราอยู่แล้ว

และในวันที่ 29 เมษายน 2551 HP ก็ได้ทำการเปิดตัว HP Mini-Note PC อย่างเป็นทางการในบ้านเรา ซึ่งแต่เดิมผมคาดว่า HP น่าจะนำ Mini-Note PC ในรุ่นราคาประมาณ $US 499 ที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการลินุกซ์ เพื่อที่จะมาชนกับ Eee PC รุ่น 8.9 น้ิว รวมไปถึง Netbook ยี่ห้ออื่นๆ ที่จะเปิดตัวตามมา

แต่ดูเหมือนว่า HP ไม่ได้ตั้งเป้าหมายของ Mini-Note PC เพื่อจะมาชนกับบรรดา Netbook โดยตรง แต่ก็ไม่ต้องการตกกระแสของ Netbook จึงได้เลือกเปิดตัว Mini-Note PC ในช่วงเวลาเดียวกันกับการมาของ Eee PC ในตลาดโลก

และสำหรับในประเทศไทยก็ยิ่งชัดเจน เพราะ HP Thailand ได้เลือก Mini-Note PC ในรุ่นที่มีฟังก์ชันการทำงานระดับเดียวกันกับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กในเซ็กเมนต์ Ultra Portable และในงานเปิดตัวทาง HP Thailand ก็ได้ชี้แจงเรื่องนี้ไว้อย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตามแม้ว่า HP จะบอกว่า Mini-Note PC นั้นไม่ใช่คอมพิวเตอร์ในเซ็กเมนต์เดียวกันกับ Netbook แต่ในสายตาของผู้บริโภคทั่วไปก็ไม่ได้สนใจ เพราะรูปลักษณ์ภายนอกของ Mini-Note PC กับบรรดา Netbook โดยเฉพาะรุ่นใหม่ๆ ที่ออกแบบมาได้เหมือนโน้ตบุ๊กย่อส่วนก็ทำให้ผู้ที่กำลังวางแผนจะซื้อ Netbook ต้องนำ Mini-Note มาเปรียบเทียบด้วยอยู่เสมอ

หลังจากวันที่ 29 เมษายน 2550 ผ่านไป ผมก็รออยู่ว่าคิดว่าไม่น่าจะเกินหนึ่งสัปดาห์ทาง Acer น่าจะเปิดตัว Netbook อย่างแน่นอน แต่ปรากฏว่าผมต้องรอจนถึงวันที่ 10 มิถุนายน 2550 ทาง Acer จึงจะทำการเปิดตัว Netbook ที่ชื่อว่า Acer Aspire One

ส่วนสาเหตุที่ Acer ต้องเปิดตัว Aspire One ช้านั้นเพราะว่าต้องรอให้อินเทลเปิดตัวซีพียู Atom อย่างเป็นทางการเสียก่อน เพราะ Aspire One นั้นใช้ซีพียู Atom ในขณะที่ Eee PC ที่เปิดตัวและขายไปก่อนหน้านี้ยังใช้ซีพียู Celeron ULV ยังไม่ได้ใช้ซีพียู Atom ส่วน Eee PC รุ่นที่ใช้ซีพียู Atom นั้นผมคิดว่าทาง ASUS น่าจะเข้ามาในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อมาชนกับ Aspire One อย่างแน่นอน

ถ้าใครได้ติดตามข่าวเกี่ยวกับซีพียู Atom กับคอมพิวเตอร์ Netbook ก็จะทราบว่ามีโรงงานผู้ผลิตคอมพิวเตอร์มากมายที่ได้ให้ความสนใจกับการผลิตคอมพิวเตอร์ Netbook ซึ่งนอกจากจะมี ASUS กับ Acer ที่เราพูดถึงไปแล้วก็ยังมีผู้ผลิตเมนบอร์ดที่เรารู้จักกันดีอีกหลายรายที่ได้ทำการพัฒนา Netbook ของตนออกมาเหมือนกัน เช่น Wind ของ MSI หรือ Netbook ของ GIGABYTE ก็ทำออกมาถึงสองรูปแบบ แบบแรกก็เหมือนกับ Netbook ทั่วไป และแบบที่สองก็คือทำออกมาเหมือนกับพวก Tablet ที่สามารถหมุนจอพับลงไปและเป็นจอแบบทัชสกรีนอีกด้วย ซึ่งแบบที่สองนี้คาดกันว่าจะได้รับความนิยมสูงมากในอีกสองปีข้างหน้า ส่วนคอมพิวเตอร์แบรนด์ดังอย่าง Dell ก็เห็นว่าจะมี Netbook มาด้วยเช่นกัน

สำหรับกลุ่มเป้าหมายของผู้ใช้ Netbook นั้น ผู้ค้าแต่ละรายก็ได้ตั้งกลุ่มเป้าหมายไว้คล้ายๆ กัน 2 กลุ่มใหญ่ๆ ก็คือ กลุ่มผู้ที่ยังไม่เคยมีโน้ตบุ๊กมาก่อน กลุ่มนี้อาจจะมีประสบการณ์ในการใช้งานคอมพิวเตอร์แบบเดสก์ท็อปมาบ้างแล้ว และต้องการจะมีอุปกรณ์ที่สามารถใช้งานได้เหมือนกับเครื่องคอมพิวเตอร์โดยสามารถตอบสนองงานพื้นฐานอย่างการใช้แอพพลิเคชันออฟฟิศ เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเป็นต้น (ในกลุ่มนี้บางทีก็อาจจะรวมไปถึงผู้ที่ยังไม่เคยมีเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นของตัวเองมาก่อนด้วย เนื่องจากราคาของ Netbook นั้นถือว่าไม่สูงเกินกว่าที่จะจับจองเป็นเจ้าของได้ในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้)

ส่วนเป้าหมายกลุ่มที่สองก็คือ ผู้ที่มีโน้ตบุ๊กอยู่แล้ว ซึ่งดูเหมือนว่ากลุ่มคนที่มีโน้ตบุ๊กอยู่แล้วนี่แหละที่ให้ความสนใจกับ Netbook มาเป็นพิเศษ เพราะเริ่มตระหนักดีว่าเวลาใช้โน้ตบุ๊กนอกสถานที่นั้นเรามักจะใช้เพียงความสามารถขั้นพื้นฐานที่มีอยู่ในโน้ตบุ๊กเท่านั้น ไม่ได้ใช้พลังการประมวลผลขั้นสูง ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะหนีไม่พ้นงานง่ายๆ อย่างพรีเซนเทชันด้วย PowerPoint หรือสร้างเอกสารด้วย Word และที่ยอดนิยมเลยก็คือเข้าเว็บ เช็คอีเมล ซึ่งงานพวกนี้ไม่จำเป็นต้องใช้โน้ตบุ๊กประสิทธิภาพสูงเลย ไม่ต้องดูตัวอย่างกันไกลครับ บรรดานักข่าวหลายท่านก็มีโน้ตบุ๊กใช้งานอยู่แล้ว แม้ว่าออฟฟิศจะไม่ออกเงินซื้อโน้ตบุ๊กตัวใหม่ที่เล็กกะทัดรัดให้ก็ยังยอมทุ่มทุนซื้อ Netbook กันอีกเครื่อง เพื่อการพกพาที่สะดวกกว่า เพราะความสามารถในการทำงานของ Netbook นั้นมันก็มีมากเพียงพอต่อความต้องการแล้ว

เอาเป็นว่าภาพรวมๆ ของ Netbook ในเวลานี้มันก็ประมาณนี้หละครับ ดูแล้วก็น่าจะคึกคักต่อเนื่องไปจนถึงช่วงปลายปีได้อย่างสบายๆ เลยทีเดียว เพราะหลายยี่ห้อเพิ่งจะเปิดตัวเวอร์ชันที่ใช้ระบบปฏิบัติการลินุกซ์ก่อนเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากทำราคาได้ถูกกว่า ส่วน Netbook ที่มาพร้อมวินโดวส์ก็มักจะถูกเปิดตัวตามมาทีหลังและก็ไม่เป็นข่าวอะไรมากมายนัก เพราะเราคามันจะขึ้นมาจากรุ่นเดิมอย่างน้อยๆ ก็สองพันบาทขึ้นไปครับ

ส่วนตลาดคอมพิวเตอร์เซ็กเมนต์ใหม่อีกอย่างที่น่าจับตามองก็คือตลาด Nettop ซึ่งคำนี้ก็ถูกตั้งขึ้นมาโดยอินเทลเช่นกัน Netbook หมายถึงโน้ตบุ๊กที่สร้างขึ้นมาเพื่อใช้เป็นเครื่องมือที่เข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ตในแบบพกพาได้สะดวก ดังนั้นการตีความหมายของ Nettop ก็คงจะไม่ยากใช่ไหมครับ เพราะ Nettop มันก็มาจาก Internet + Desktop นั่นเอง

Nettop ก็จะถูกสร้างมาอยู่บนพื้นฐานของ Basic PC ยุคใหม่เป็นหลัก นั่นก็คือเป็นคอมพิวเตอร์ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อและใช้งานอินเทอร์เน็ตได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ใช้งานแอพพลิเคชันมาตรฐานแบบไมโครซอฟท์ออฟฟิศได้ ดูหนังฟังเพลงได้ สร้างงานแบบมัลติมีเดียที่ไมมีความสลับซับซ้อนได้ รวมไปถึงเล่นเกม 3D แบบง่ายๆ ที่ไม่ต้องใช้พลังในการประมวลผลด้านกราฟิกมากนัก

กลุ่มเป้าหมายของ Nettop ก็จะมีกลุ่มเป้าหมายหลักๆ อยู่สองกลุ่มอีกเช่นกัน คือ กลุ่มที่ไม่เคยมีเครื่องคอมพิวเตอร์มาก่อน และกลุ่มที่สองก็คือผู้ที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว แต่ต้องการคอมพิวเตอร์เพิ่มเติมสำหรับการใช้งานในแบบง่ายๆ ไม่ซับซ้อนและที่สำคัญคือประหยัดพลังงาน

ประมาณกันว่าราคาของ Nettop แบบไม่รวมจอมันจะมีราคาอยู่ที่ระดับที่ต่ำกว่า 10,000 บาท ลงมา ซึ่งอันนี้เป็นตัวเลขกลมๆ ที่อินเทลประมาณไว้ เพราะส่วนจะมากกว่าหรือน้อยกว่านี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตแต่ละรายด้วยว่าจะใส่อะไร หรือลดอะไรลงไปบ้าง แต่ที่แน่มาตรฐานของ Nettop จากอินเทลนั้นจะไม่มีออปติคอลไดร์ฟ แต่ทางอินเทลก็คาดว่าในที่สุดก็จะมีผู้ผลิตที่ทำการผลิต Nettop ออกมาให้มีฟังก์ชันการทำงานและสิ่งอำนวยความสะดวกในระดับเดียวกับเดสก์ท็อปพีซีออกมาให้เราได้ใช้กันอย่างแน่นอน

การวางตลาดของ Nettop นั้นจะแตกต่างจาก Netbook อยู่บ้างพอสมควร เนื่องจาก Netbook จะมาในลักษณะสินค้าสำเร็จรูป มียี่ห้อ มีสเปค มีรุ่นให้เลือกแบบชัดเจน ส่วน Nettop นั้น ก็จะเข้าสู่ตลาดในสองลักษณะคือ มาเป็นชุดสำเร็จรูปจากแบรนด์ต่างๆ และยังเข้าสู่ตลาดแบบ DIY ที่ผู้ซื้อสามารถเลือกซื้อชิ้นส่วนต่างๆ มาประกอบเป็น Nettop เองได้ แต่จำนวนชิ้นของ Nettop อาจจะไม่แยกย่อยเหมือนกับเครื่องพีซีประกอบทั่วไป

เพราะชิ้นส่วนหลักๆ ของ Nettop ก็คือเมนบอร์ด ซึ่งเมนบอร์ดหนึ่งตัวก็จะทำการติดตั้งซีพียูมาบนเมนบอร์ด้วย รวมไปถึงกราฟิกชิปก็เป็นแบบ IGP คือรวมกราฟิกอยู่ในชิปเซต ตรงนี้ก็จะเห็นได้ว่าจำนวนชิ้นส่วนก็จะไม่มากมายเหมือนกับพีซีประกอบปกติ

เมื่อเป็นแบบนี้ความหลากหลายของสเปค Nettop ก็จะมาอยู่ตรวงส่วนของอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล จำนวนของหน่วยความจำเป็นหลัก ส่วนระบบปฏิบัติการก็คงจะขึ้นอยู่กับผู้ใช้ว่าต้องการติดตั้งตัวไหน เพราะซีพียู Atom นั้นก็รองรับระบบปฏิบัติการได้เหมือนกับพีซีปกตินั่นแหละครับ

สิ่งที่จะทำให้ Nettop แต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อแตกต่างกันจริงๆ เมื่อดูจากภายนอกก็คือตัวเคสของ Nettop นั่นเอง เพราะผู้ผลิตสามารถที่จะออกแบบตัวเคสให้มีความบางและสวยงามได้อย่างไม่จำกัดเลยก็ว่าได้ เพราะเมนบอร์ดเพลตฟอร์ม Nettop นั้นมี่ขนาดเพียง 17×17 เซนติเมตรเท่านั้นเอง

ทีนี้การมาของ Netbook และ Nettop มันจะส่งผลอย่างไรบ้างสำหรับตลาดคอมพิวเตอร์ในบ้านเรา ในฝั่ง Nettbook ดูแล้วก็ค่อนข้างชัดเจนว่าจะมีคนที่ให้ความสนใจตั้งแต่ระดับนักเรียนนักศึกษาไล่กันไปจนถึงคนทำงาน ส่วน Nettop นี่ถึงแม้ว่าในทางอุดมคติเราอาจจะพอมองเห็นกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน แต่ในทางปฏิบัติ ผมยังไม่แน่ใจว่าเมื่อตัว Nettop ลงตลาดจริงๆ ผู้คนส่วนใหญ่จะตอบรับกับมันอย่างไร เพราะราคาของพีซีรุ่นพื้นฐานที่ใช้ซีพียู Celeron ของอินเทลเองถ้าไม่รวมจอภาพเราก็สามารถสร้างพีซีในสเปคทีดีกว่า Nettop ได้ในวงเงินที่เท่าๆ กัน

งานนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับการประชาสัมพันธ์ของทางอินเทลกับพาร์ทเนอร์ทั้งหลายแล้วครับว่าจุดดีจุดเด่นของ Nettop นั้นมันแตกต่างจากพีซีพื้นฐานอย่างไร เรียกได้ว่าอาจจะต้องลิสต์เป็นรายการเปรียบเทียบกันให้เห็นอย่างชัดเจนไปเลย

อย่างไรก็ตามผมก็เห็นว่า Nettop นั้นก็จะเป็นกระแสอีกอย่างที่จะมาช่วยกระตุ้นความคึกในตลาดพีซีบ้านเราได้พอสมควร (ถ้าของพร้อมขาย) เพราะตอนนี้ดูเหมือนว่าเส้นทางการซื้อขายเครื่องคอมพิวเตอร์จะมุ่งไปสู่ Notebook กับ Netbook กันเกือบๆ จะ 50% อยู่แล้ว

QuickNote , , , , , , , ,

Reader:3862

  1. No comments yet.
  1. No trackbacks yet.