AMD, INTEL, NVIDIA, VIA สงครามซิลิกอน ไม่มี(พันธ)มิตรแท้ และศัตรูที่ถาวร
เราได้ยินเรื่องราวการต่อสู้และแข่งขันทางด้านเทคโนโลยีและสินค้าจาก AMD, INTEL, NVIDIA และ VIA มาตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งการค้าการแข่งขันในแต่ละช่วงเวลาบริษัทเหล่านี้ต่างก็มีช่วงเวลาที่สดใส และช่วงเวลาที่เศร้าหมองสลับกันไป
แต่บางบริษัทอย่างเช่นเวียที่ดูแล้วเหมือนจะพ่ายแพ้ในสงครามเทคโนโลยี แต่ในท้ายที่สุดก็ได้คนพบตัวเองและกลับไปทำในสิ่งที่ตนถนัด กลับไปทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับความพยามยามที่เคยทำแล้วถูกเรียกว่าล้มเหลว หรือถ้าจะขอยืมคำพูดจากนักการตลาดมาพูดก็คือเวียออกจากตลาดแบบ “เรดโอเชี่ยน” ไปสู่ “บลูโอเชี่ยน” นั่นก็คือการผลิตซีพียูที่ประหยัดพลังงานมากกว่าให้ความสำคัญเรื่องประสิทธิภาพ
ถึงแม้ว่าในตลาดบ้านเราอาจจะลืมเลือนเวียไปแล้ว แต่ในตลาดโลกและกลุ่มผู้ที่ไม่ได้ต้องการซีพียูประสิทธิภาพสูงซีพียูของเวียรวมไปถึงแพลตฟอร์มอื่นๆ ของเวียนั้นไปได้อย่างสดใสมาก ส่วนทาง AMD, INTEL และ NVIDIA นั้นก็ยังอยู่ในสงครามการตลาดแบบเรดโอเชี่ยน
อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าเราจะรับรู้ในเบื้องหน้าว่าบริษัทต่างๆ เหล่านี้ต่างก็ใช้เทคโนโลยีและการตลาดมาแข่งขันกันอย่างดุเดือด แต่ในเบื้องลึกเบื้องหลังแล้วบริษัทเหล่านี้ก็ยังมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เหมือนกับว่าแผนกแข่งขันก็ทำหน้าที่แข่งกันไป แผนกความร่วมมือกันก็ร่วมมือกันไป แต่สำหรับผู้บริโภคอย่างเรามักจะสนใจแผนกแข่งขันมากกว่าแผนกความร่วมมือ
และถ้าเราลองมาทบทวนเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมา เราก็จะพบว่าบริษัทที่เราเห็นว่าแข่งขันกันอย่างดุเดือด บางช่วงเวลาพวกเขาก็รวมมือกัน บางครั้งเขาก็งอนกัน และบางครั้งเขาก็กลับมาง้อกันอีก
ผมขอเริ่มต้นเรื่องราวในวันนี้ด้วยการย้อนเวลากลับไปก่อนที่เอเอ็มดีจะเข้าซื้อกิจการของเอทีไอ
ในช่วงเวลาที่ซีพียูของเอเอ็มดีประสบความสำเร็จอย่างมากก็คือช่วงที่เอเอ็มดีเปิดตัวซีพียู Athlon64 ออกสู่ตลาด และเราก็จะพบว่าชิปเซตที่ดึงประสิทธิภาพในการทำงานของซีพียู Athlon64 จากเอเอ็มดีออกมาได้ดีและมีประสิทธิภาพมากที่สุดก็คือชิปเซตของค่ายเอ็นวิเดีย และทั้งสองบริษัทก็เป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่ดีต่อกันมาโดยตลอด อย่างชิปเซตที่รองรับการทำงานของกราฟิกการ์ดแบบ SLI ทางเอ็นวิเดียก็จะผลิตชิปเซตที่รองรับการทำงานของซีพียูเอเอ็มดีเท่านั้น (แม้ว่าจะมีชิปเซต SLI ที่รองรับการทำงานของซีพียูของอินเทลออกมาบ้างแต่ก็ช้ากว่า หรือบางครั้งก็ไม่มี (ทั้งนี้อาจจะเป็นเรื่องสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับซีพียูอินเทลเองด้วย)
ในขณะที่อินเทลก็หันไปคบกับเอทีไอเพื่อผลิตชิปเซตให้รองรับการทำงานของกราฟิกการ์ดแบบ CrossFire เพื่อมาต่อกรกับแพลตฟอร์ม SLI จากความร่วมมือกันระหว่างเอ็นวิเดียกับเอเอ็มดี และเมื่อมีข่าวว่าเอเอ็มดีจะทำการเข้าซื้อกิจการของผู้ผลิตกราฟิกชิป สิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นก็ควรจะเป็นเอเอ็มดีควบรวมกับเอ็นวิเดีย แต่ในความเป็นจริงกับสิ่งที่เราคิดมันก็เป็นคนละเรื่องกัน
และหลังเอเอ็มดีควบรวมกับเอทีไอเป็นที่เรียบร้อย ความสัมพันธ์ระหว่างเอ็นวิเดียกับเอเอ็มดีก็ดูเหมือนว่าจะไม่ดีเหมือนเดิม ซึ่งมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าสาเหตุที่ในช่วงหลังมานี้เอ็นวิเดียต้องทำการปล่อยกราฟิกชิปแต่ละรุ่นออกมาค่อนข้างรวดเร็วกว่าที่ควรจะเป็นนั้นเหตุผลหนึ่งก็คือ ต้องการอัดเอทีไอให้ตายคาอกของเอเอ็มดีไปเลยทีเดียว (แต่ตอนนี้เอเอ็มดีปล่อย ATi Radeon HD 4000 Series ออกมาแล้ว และดูเหมือนว่ากราฟิกชิปรุ่นนี้จะหยุดยั้งความแรงของ GeForce จากเอ็นวิเดียได้ดีพอสมควร)
และในช่วงเวลานั้นเอ็นวิเดียได้ลดการผลิตชิปเซตที่สนับสนุนซีพียูของเอเอ็มดีลงด้วย และจะหันไปเพิ่มการผลิตชิปเซตที่รองรับการทำงานของซีพียูจากอินเทลแทน แต่ดูเหมือนว่าอินเทลไม่ได้ตอบสนองเอ็นวิเดียในเรื่องนี้มากนัก เพราะอินเทลเองก็มีชิปเซตมากมายหลายรุ่นอยู่แล้ว โดยเฉพาะชิปเซตแบบ IGP หรือชิปเซตที่มีกราฟิกรวมอยู่ด้วย อินเทลเองก็เป็นผู้นำทางด้านนี้อยู่ ถ้าเปิดโอกาสให้เอ็นวิเดียเข้ามาผลิตชิปเซตสนับสนุนซีพียูของอินเทล ซึ่งแน่นอนว่าเอ็นวิเดียก็ต้องการที่จะผลิตชิปเซต IGP ที่มีกราฟิก GeForce ออกมาด้วย ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นจริงมันก็จะเป็นการฆ่าชิปเซต IGP ของอินเทลเพราะ GeForce นั้นให้ประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีกว่า GMA ของอินเทล
เมื่อเป็นเช่นนี้อินเทลจึงไม่เปิดโอกาสให้กับเอ็นวิเดียมากนักในการผลิตชิปเซตแบบ IGP แต่จะเปิดให้ผลิตชิปเซตที่รองรับการทำงานของกราฟิกแบบ SLI มากว่า เพราะอินเทลเองก็เห็นว่ากราฟิกชิปของเอ็นวิเดียนั้นมีผู้ใช้ให้ความนิยมค่อนข้างมาก และถ้ามีผู้ใช้ที่ต้องการคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงในทุกๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นพลังในการประมวลผลและพลังในการสร้างกราฟิกซีพียู Quad-Core ของอินเทลกับ SLI ของเอ็นวิเดียก็น่าจะเป็นทางเลือกที่อินเทลชอบมากกว่า
นอกจากนี้ก็ยังมีข่าวคราวออกมาเป็นระยะๆ ว่าชิปเซตรุ่นใหม่ๆ ของอินเทลนอกจากจะรองรับการทำงานในแบบ CrossFire ของเอเอ็มดีแล้วยังจะรองรับการทำงานของ SLI จากเอ็นวิเดียด้วย แต่ในที่สุดมันก็ไม่เกิดขึ้น เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ เอ็นวิเดียก็คงจะต้องเสียส่วนแบ่งตลาดทางด้านชิปเซตลงไป เพราะเป็นที่ทราบกันว่าในปัจจุบันชิปเซตของอินเทลนั้นได้ถูกออกแบบมาให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับซีพียูของอินเทลอย่างเต็มที่ ถ้าเอ็นวิเดียยอมปล่อยสิทธิบัตรในการนำความสามารถของ SLI ไปใช้กับชิปเซตของอินเทลได้ เอ็นวิเดียเองก็คงจะไม่มันใจในตลาดชิปเซตของตนว่าจะมีอนาคตเป็นอย่างไร
อ่านมาถึงตรงนี้ก็ถ้าดูในภาพรวมๆ ก็ดูเหมือนว่าเอเอ็มดี อินเทล เอ็นวิเดีย และเวีย ก็กำลังอยู่ในภาวะที่ลงตัว คือเอเอ็มดีก็กลายเป็นผู้ผลิตซีพียู ชิปเซต และกราฟิกการ์ด เอ็นวิเดียเป็นผู้ผลิตกราฟิการ์ดกับชิปเซต และมีความสัมพันธ์อันดีกับอินเทลในการทำธุรกิจ ส่วนเวียก็ค้นพบเส้นทางของตนเองทำไปขายไปไม่ยุ่งเกี่ยว เพราะมีทั้งเทคโนโลยีซีพียู ชิปเซต และกราฟิกชิป ซึ่งก็ถือว่าครบองค์ประกอบของความเป็นแพลตฟอร์มที่ไม่ต้องพึ่งพาคนอื่น
แต่แล้วอยู่วันหนึ่งเอ็นวิเดียก็ตระหนักได้ว่าการที่เอเอ็มดีได้เอทีไอไป และการได้ข่าวว่าอินเทลเริ่มให้ความสำคัญในตลาดการประมวลผลทางด้านกราฟิก ก็เท่ากับว่าตนอยู่ในภาวะที่แย่ที่สุด แม้เราจะรับรู้มาตลอดว่าเอ็นวิเดียมีผลประกอบการที่ดีติดต่อกันเป็นเวลาหลายปี ส่วนเอเอ็มดีมีผลประกอบการที่ไม่ดีนับตั้งแต่รวมเอทีไอเข้ากับ แต่ในระยะยาวแล้วผู้เชี่ยวชาญต่างก็วิจารณ์กันว่าเอเอ็มดีจะกลับมาได้อย่างมั่นคง อินเทลไม่ต้องห่วงเขา เวียก็ว่าของตัวเองไปเรื่อย เอ็นวิเดียนี่ต่างหากที่น่าเป็นห่วง
เมื่อเป็นเช่นนี้ทางเอ็นวิเดียเองจึงต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้บริษัทของตนมั่นคงและอยู่ได้ในระยะยาว ซึ่งสิ่งที่เราได้เห็นเอ็นวิเดียผลักดันอย่างมากเลยก็คือการใช้ GPU ในการประมวลผลข้อมูล ด้วยการออกคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงในตระกูล Tesla ซึ่งใช้พลังจากการประมวลผลของ GPU เป็นหลัก และพยายามผลัดกัน CUDA ซึ่งเป็นภาษาคอมพิวเตอร์ที่มีพื้นฐานมาจากภาษา C แต่พัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้คอมไพล์ชุดคำสั่งสำหรับการประมวลผลบน GPU และก็ใช้ความพยายามอย่างมากที่จะทำให้ CUDA กลายเป็นมาตรฐานของอุตสาหกรรม
นี่ยังไม่นับข่าวลือเรื่องการที่เอ็นวิเดียพยายามจะซื้อกิจการของเวียอีกด้วย แต่ว่าไม่สำเร็จเพราะเอ็นวิเดียต้องการเฉพาะส่วนของซีพียูจากเวียเท่านั้น
นอกจากนี้แล้วเอ็นวิเดียยังดำเนินกิจกรรมทางด้านการตลาดที่ชื่อว่า Optimized PC โดยเป้าหมายหลักของกิจกรรมทางการตลาดครั้งนี้ก็คือทำให้ผู้คนที่กำลังจะทุ่มเงินเพื่อไปซื้อซีพียูประสิทธิภาพสูงให้กลับลองมาคิดดูดีๆ ว่าแอพพลิเคชันและเกมในปัจจุบันไม่ได้ต้องการความสามารถของซีพียูมากมายนัก แต่ประสิทธิภาพโดยรวมของเครื่องคอมพิวเตอร์ในยุคปัจจุบันน่าจะอยู่ที่กราฟิกชิปมากกว่า โดยกิจกรรมนี้ก็ได้ทำไปทั่วทุกภูมิภาคของโลกรวมทั้งในประเทศทไทยด้วย เอ็นวิเดียได้พยายามโน้มน้าวในเราเห็นว่าแอพพลิเคชันทุกวันนี้ประกอบไปด้วยข้อมูลที่เป็น 3D มากมาย อย่างการใช้ Google Earth การเล่นเกม รวมไปถึงการดูหนัง และลงท้ายเอ็นวิเดียก็สรุปให้เราเห็นว่าด้วยวงเงินเท่าๆ กันเราควรจะใช้งบประมาณให้กับซีพียูในระดับ Dual-Core ก็พอ และงบประมาณที่เหลือให้นำมาทุ่มกับระบบกราฟิกจะดีกว่า
ในการทำกิจกรรม Optimized PC ของเอ็นวิเดียนั้น ดูเหมือนว่าเอ็นวิเดียได้มุ่งเป้าหมายไปยังผู้ใช้งานซีพียูอินเทลมากเป็นพิเศษ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะซีพียูประสิทธิภาพสูงและซีพียูส่วนใหญ่ก็เป็นตลาดของอินเทลอยู่แล้ว
และดูเหมือนว่ากิจกรรม Optimized PC ของเอ็นวิเดียนั้นก็ดูเหมือนว่าจะเอื้อประโยชน์ต่อเอเอ็มดีในทางอ้อมด้วย เพราะไม่ต้องไปออกแรงสู้กับอินเทลโดยตรง และเอเอ็มดีก็น่าจะแฮปปี้กับกิจกรรมอันนี้ของเอ็นวิเดียเพราะไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ออกมา ส่วนอินเทลก็ไม่อยู่นิ่งเพราะอยู่ดีๆ มีคนมาบอกว่าให้เอาเงินที่เตรียมไปซึ้อซีพียู Quad-Core ให้เหลือเพียงซีพียู Dual-Core แล้วเอาเงินที่เหลือไปซื้อการ์ดจอแรงๆ ทำแบบนี้เหมือนกับการฉกเงินจากกระเป๋าของอินเทลไปชัดๆ
และจากนั้นอีกไม่นานทางเอ็นวิเดียก็ออกมาผู้ถึงโครงการกราฟิกชิปของอินเทลในทางที่ไม่ดีนัก และไม่มีทางสู้กับกราฟิกชิปอย่าง GeForce ได้ ส่วนอินเทลก็ออกมาโต้ตอบว่า CUDA ของเอ็นวิเดียนั้นจะเป็นเพียงบันทึกเล็กๆ ในหน้าประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมกราฟิกเท่านั้น
การโต้ตอบกันไปมาระหว่างเอ็นวิเดียกับอินเทลแสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองบริษัทไม่สู้ดีนักและอาจจะทวีความรุ่นแรงเพิ่มขึ้นก็เป็นได้ และทางเอ็นวิเดียเองก็เดินหน้าแสดงศักยภาพของกราฟิกชิปอย่างเต็มที่ด้วยการแสดงให้เห็นว่าแม้จะใช้ซีพียูจากค่ายเวียที่หลายคนดูถูกเรื่องประสิทธิภาพแต่ถ้าติดตั้งกราฟิกชิปของเอ็นวิเดียลงไปก็สามารถเล่นเกมอย่าง Crysis ได้อย่างไม่มีปัญหา และนี่อาจจะเป็นการดึงเวียกลับมาสู่สงครามซิลิกอนอีกก็เป็นได้ เพราะเอ็นวิเดียประกาศออกมาว่าจะผลิตชิปเซตประสิทธิภาพสูงออกมาเพื่อรองรับการทำงานซีพียูของค่ายเวียอีกด้วย
เมื่อพูดถึงเวีย…ผมได้บอกไปในตอนแรกว่าเวียกำลังมีความสุขและไปได้ดีกับตลาดซีพียูประหยัดพลังงาน แต่วันนี้ดูเหมือนว่าความสุขและความสงบสุขของเวียจะต้องถูกรบกวนซะแล้วเมื่ออินเทลได้ออกซีพียู ATOM ซึ่งเป็นหน่วยประมวลผลที่เน้นเรื่องการประหยัดพลังงานมากกว่าเรื่องประสิทธิภาพเช่นเดียวกับการทำตลาดซีพียูของเวีย
ซึ่งการมาของ ATOM จากอินเทลก็มีหลายคนคิดว่าอาจจะส่งผลดีกับเวียมากกว่าส่งผลเสีย เพราะสิ่งที่เวียทำมาตลอดนั้นแม้จะได้รับความสำเร็จแต่มันก็เป็นความสำเร็จในวงแคบ แต่พออินเทลเข้ามาในตลาดซีพียูประหยัดพลังงานอย่างเต็มตัวมันทำให้ตลาดนี้มีการขยายตัวไปด้วยและทำให้ผู้คนจำนวนมากหันมามองซีพียูของเวีย และบริษัทเวียอีกครั้งว่านี่อาจจะเป็นคู่แข่งรายใหม่ที่จะกลายเป็นหอกข้างแคร่ในตลาดซีพียูประหยัดพลังงานของอินเทล
มาถึงจุดนี้เราก็พอสรุปได้ว่า ตอนนี้
- เอเอ็มดี ทำสงครามซีพียูกับอินเทล และทำสงครามกราฟิกชิปอยู่กับเอ็นวิเดีย
- เอ็นวิเดียทำสงครางกราฟิกชิปอยู่กับเอเอ็มดี และกำลังทำสงครามซีพียูกับอินเทลด้วยกราฟิกชิป
- อินเทล ทำสงครามซีพียูอยู่กับเอเอ็มดี และทำสงครามซีพียูกับเอ็นวิเดีย รวมทั้งอาจจะเปิดศึกกราฟิกชิปอีกด้านเมื่อพร้อม ในขณะเดียวกันก็ลงไปเล่นตลาดซีพียูประหยัดพลังงานชนกับเวีย
- เวีย ที่อยู่เฉยๆ และสนุกกับงานของตัวเองก็ถูกดึงไปร่วมในสงครามซีพียูกับกราฟิชิป และกำลังจะถูกคุกคามตลาดซีพียูประหยัดพลังงาน
ในระหว่างที่เอ็นวิเดียกำลังดำเนินกลยุทธ์ต่างๆ เพื่อผลัดกัน CUDA ให้เป็นมาตรฐาน และพยามยามชักชวนเอเอ็มดีในภาคกราฟิกชิปในลงมาเล่นด้วยเพื่อจะได้ผลักดัน CUDA ให้เป็นมาตรฐานได้ง่ายขึ้น แต่ว่าเอเอ็มดีบอกยังไม่สนใจ เพราะได้ไปร่วมมือกับ Havok เพื่อพัฒนาฮาร์ดแวร์ที่รองรับการประมวลผลกราฟิกด้านฟิสิกส์ให้ดีขึ้น เพราะเอ็นวิเดียมี PhyX อยู่แล้ว แต่เอเอ็มดียังไม่มีเทคโนโลยีใดๆ อ้อ ผมลืมบอกไปครับว่า Havok ตอนนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของอินเทลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะอินเทลก็คิดเอาไว้แล้วว่าการที่ซื้อ Havok มานั้นจะทำให้โครงการกราฟิกชิปของอินเทลสำเร็จได้ง่ายขึ้นเพราะเทคโนโลยีที่ Havok มีอยู่นั้นเป็นที่ยอมรับในกลุ่มของผู้พัฒนาเกมอยู่แล้ว
มาถึงตรงนี้ก็จะเห็นว่าด้านหนึ่งเอเอ็มดีก็เห็นด้วยกับกิจกรรม Optimized PC ที่ลดความสำคัญของซีพียู(อินเทล) แต่อีกด้านหนึ่งเอเอ็มดีก็จับมือกับบริษัทในเครืออินเทลเพื่อพัฒนากราฟิกชิปเพื่อไปสู้กับเอ็นวิเดีย และอีกด้านหนึ่งของเอเอ็มดีก็ยังต้องสู้กับซีพียูของอินเทล
เรื่องราวที่มีความสัมพันธ์อันซับซ้อนนี้ยังไม่จบลงง่ายๆ เพราะล่าสุดก็มีรายงานข่าวออกมาว่า เอ็นวิเดียที่รบกับอินเทลด้วยวิธีการต่างๆ มาได้สักครึ่งปี ก็อาจจะต้องหันกลับมาร่วมมือกับอินเทลอีกครั้ง เพราะตอนนี้มีข่าวไม่ดีเกิดขึ้นกับเอ็นวิเดียหลายข่าว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผลประกอบการที่ดี แต่ดีไม่พอ หรือเรื่องที่โดนบริษัท Rambus ฟ้องร้องเรื่องการละเมิดสิทธิบัตร (ถ้าจะไม่ผิดถูกฟ้องว่าละเมิดถึง 17 สิทธิบัตร) และ GeForce GTX 200 Series ก็อาจจะไม่แรงอย่างที่คิด เพราะ Radeon HD 4800 Series แม้จะไม่แรงเท่า แต่ด้วยราคาที่ถูกว่ามาก
สำหรับรายง่ายข่าวล่าสุดที่แสดงให้เห็นว่าเอ็นวิเดียอาจจะต้องเพลาๆ มือเรื่องการโจมตีประสิทธิภาพซีพียูของอินเทลด้วยกราฟิกชิปของตนลงไป และอาจจะต้องลดความสัมพันธ์กับทาง VIA ลงมาบ้าง เพื่อที่จะได้รับสิทธิ์ในการผลิตชิปเซตที่รองรับการทำงานของซีพียู Atom ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ก็หมายความว่าเอ็นวิเดียอาจจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ดีก็เป็นได้
และล่าสุดจริงๆ ก่อนที่ผมจะเขียนมาถึงท้ายบทความนี้ก็มีข่าวออกมาแล้วว่า อินเทลได้ยอมให้ชิป nForce 200 เป็นออปชันทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการใช้ชิปเซต X58 โดยเมื่อทำการติดตั้งชิป nForce 200 เข้าไปในระบบชิปเซตของอินเทลก็จะทำให้เมนบอร์ดรุ่นใหม่ๆ ที่ใช้ชิปเซต X58 สามารถใช้งานกราฟิกการ์ดในแบบ SLI ได้ แต่ไม่มีรายงานข่าวเกี่ยวกับ CrossFire บนชิป X58 ว่าใช้ได้หรือใช้ไม่ได้ ซึ่งเรื่องนี้ต้องติดตามกันต่ออีกที
เรื่องราวทั้งหมดที่เขียนมานี้แฟนๆ ของแต่ละค่ายก็ไม่ต้องคิดมากครับ เพราะความสัมพันธ์ของแต่ละบริษัทที่ผมพูดถึงนี้ โดยเฉพาะสามบริษัทหลักๆ อย่าง เอเอ็มดี อินเทล และเอ็นวิเดีย (และมีเวียมาเกี่ยวข้องในบางเรื่อง) จริงๆ แล้วมันอาจจะซับซ้อนกว่าที่ผมพูดถึงก็เป็นได้
ในโลกธุรกิจมันก็เป็นแบบนี้แหละครับมันเป็นเรื่องของผลประโยชน์ ก็เหมือนกับเวลาที่เราติดตามกันเรื่องการเมืองนั่นแหละที่วันหนึ่งเราเห็นว่าเขาออกมาอัดกัน ซัดกันจะเป็นจะตาย แต่วันใดที่เขาพบว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามันจะให้ผลประโยชน์มหาศาลร่วมกันเขาก็จะกลับมาเป็นผู้ร่วมมือกัน โดยพวกเขาก็จะหาประโยคสวยๆ ที่เป็นเหมือนประโยคสำเร็จรูปมาพูดให้เราฟังเพื่อสร้างความชอบธรรมในการกลับมาร่วมมือกันอีกครั้ง หลังจากที่กัดกันแทบเป็นแทบตาย
สำหรับประโยคสำเร็จรูปที่เราอาจจะได้ยินก็อย่างเช่น “เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม” “เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ” “เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน” อะไรทำนองนี้แหละครับพี่น้องครับ

ความคิดเห็นล่าสุด