ไมโครซอฟท์กลับมาทวงตลาดโปรแกรมป้องกันไวรัสอีกครั้ง

November 26, 2008 by: Editor

ตลาดเครื่องพีซีมีลักษณะเฉพาะตัวหลายอย่าง ซึ่งสิ่งหนึ่งที่เป็นลักษณะเด่นของวินโดวส์คือซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยของบริษัทอื่นนอกเหนือจากไมโครซอฟท์มีความโดดเด่นกว่าและสร้างปัญหาแก่ไมโครซอฟท์อย่างมีนัยสำคัญ ก่อนที่จะถึงยุคของพีซี ผู้ผลิตแพลตฟอร์มมักเป็นผู้สร้างระบบรักษาความปลอดภัยของแพลตฟอร์มนั้น ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาแก่ไมโครซอฟท์เช่นกันเนื่องจากหากต้องการขายระบบรักษาความปลอดภัยใด ๆ ก็ตาม ผู้ผลิตต้องมีการทำตลาดเพื่อให้ความรู้แก่ผู้บริโภคถึงภัยคุกคามที่สินค้าตัวนั้นออกแบบมาเพื่อปกป้องภยันตรายเหล่านี้

โดยทั่วไป จะมีการให้ความรู้เรื่องไวรัสบนคอมพิวเตอร์และช่องโหว่ที่ชี้ให้เห็นจุดอ่อนของระบบเพื่อเป็นจุดขายของสินค้า อาจเปรียบได้กับผู้ผลิตสัญญาณเตือนภัยประจำบ้านที่พยายามให้ความรู้บุคคลทั่วไปถึงวิธีการบุกรุกเข้าบ้านในขณะที่พยายามขายเครื่องมือเพื่อยับยั้งการบุกรุกนั้น แต่ก็ไม่มีสิ่งใดที่ปลอดภัยเต็มร้อย บางครั้งจึงดูเหมือนกับว่ามันดูขัดแย้งกันเพราะการที่จะให้ผู้คนหันมาให้ความสนใจซื้อสินค้า ก็ต้องมีค้นหาและเผยแพร่ช่องโหว่ในระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคหันมาตื่นตัวในการเลือกซื้อสินค้า และมีเหตุการณ์อยู่บ่อยครั้งที่หากเราไม่ได้จ่ายเงินให้บริษัทเหล่านี้ เรามักจะถูกโจมตีด้วยไวรัสหรือมัลแวร์ต่าง ๆ

ในทศวรรษที่ผ่านมา มีองค์กรหลายแห่งโดยเฉพาะจากยุโรปตะวันออกที่เสนอโปรแกรมต่อต้านไวรัสแบบให้เปล่าแต่อันที่จริงต้องมีการจ่ายเงินเพิ่มเพื่อเป็นข้อแลกเปลี่ยนในการขจัดไวรัสตัวใหม่ ๆ มีการประเมินว่ามัลแวร์ประมาณ 80 % ในปี 2006 สามารถเอาชนะโปรแกรมต่อต้านไวรัสเหล่านี้ได้โดยง่ายทำให้โปรแกรมเหล่านี้ไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าใดนัก

สงครามเรื่องการรักษาความปลอดภัย
ในอดีตที่ผ่านมา มีความขัดแย้งอย่างรุนแรงระหว่างอุตสาหกรรมรักษาความปลอดภัยกับไมโครซอฟท์ ซึ่งสร้างปัญหาอย่างมีนัยสำคัญให้แก่ไมโครซอฟท์ มีสงครามย่อย ๆ เกิดขึ้นหลายครั้งไม่ว่าจะเป็นควรจะจับกลุ่มผลิตภัณฑ์รักษาความปลอดภัยให้อยู่ภายใต้การบริหารจัดการเดียวกันหรือไม่ หรือผู้ผลิตระบบรักษาความปลอดภัยควรอนุญาตให้มีการติดตั้ง root kit เพื่อทำการปกป้องระบบหรือไม่ (โดยทั่วไป root kit เป็นความคิดที่ไม่ค่อยดีนัก) หรือซอฟต์แวร์ไฟร์วอลล์ตัวใดควรมีอำนาจมากกว่าตัวใด การถกเถียงเหล่านี้ส่งผลให้ผู้คนบางกลุ่มแนะนำว่าไม่ควรซื้อซอฟต์แวร์ต่อต้านไวรัสมาใช้ในตอนแรก ซึ่งเป็นความคิดที่ไม่ค่อยถูกต้องอย่างมากเพราะมี botnet ซึ่งเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ตกเป็นเหยื่อแล้วเข้ามาคุกคามชีวิตและพีซีของเราทุกขณะ และระบบรักษาความปลอดภัยเหล่านี้ยังคงเป็นหนึ่งในปราการที่ดีที่สุดที่จะปกป้องไม่ให้เครื่องพีซีสุดที่รักของเรากลายเป็นซอมบี้ที่จะโจมตีเครื่องอื่น ๆ บนเครือข่ายต่อไปอันเป็นการเพิ่มจำนวน botnet ให้มากยิ่งขึ้น
ปัญหาอีกประการหนึ่งที่พบกันคือ แม้เราจะมีการติดตั้งโปรแกรมต่อต้านไวรัสไว้บนเครื่อง แต่หากไม่ได้มีการติดตั้งโปรแกรมแบบเดียวกันนี้บนเครื่องอื่นในเครือข่าย เครื่องเหล่านี้ก็ยังสามารถคุกคามเครื่องที่มีการป้องกันไว้และอาจประสบความสำเร็จในการแพร่กระจายไวรัสเพราะไม่มีอะไรที่ปลอดภัยร้อยเปอร์เซนต์ นอกจากนี้ ปัญหาประการสุดท้ายที่มักไม่ได้มีการกล่าวถึงมากนักคือ เนื่องจากระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ต้องมีความเข้ากันได้ย้อนหลังเพื่อรับประกันว่าแอพพลิเคชันรุ่นเก่าสามารถทำงานได้ซึ่งอาจรวมถึงมัลแวร์รุ่นเก่าด้วย แม้ไมโครซอฟท์พยายามชักจูงผู้คนจำนวนมากให้หันมาใช้สินค้าใหม่เพื่อให้รับทราบถึงข้อผิดพลาดได้เร็ว แต่ผู้คนมักไม่ให้การตอบรับเพราะกลัวว่ามันจะก่อให้เกิดปัญหาแก่ระบบเครือข่าย

หนทางแก้ไขปัญหา:  ไมโครซอฟท์จะนำทางไปก่อนแล้วแอปเปิ้ลเดินรอยตามหรือไม่
ในการแก้ไขปัญหา ไมโครซอฟท์ต้องเข้าควบคุมทุกอย่าง แต่การผนวกซอฟต์แวร์ต่อต้านไวรัสเข้าไปในวินโดวส์ (ซึ่งเป็นหนึ่งในคำเรียกร้องของผู้บริโภคจำนวนหนึ่งจากผลการสำรวจเมื่อหลายปีก่อน) ไม่สามารถทำได้ด้วยเหตุผลสองประการคือ จะก่อให้เกิดการผูกขาดและซอฟต์แวร์ต่อต้านไวรัสล้าสมัยค่อนข้างเร็วอันทำให้แทบไม่มีประสิทธิภาพเมื่อผู้ใช้เริ่มนำเครื่องไปใช้งาน

ในการแก้ไขปัญหาทั้งสองประการนี้ ไมโครซอฟท์จึงวางแผนที่จะเสนอโปรแกรมต่อต้านไวรัสแบบให้เปล่าและยกเลิกการผนวกโปรแกรมต่อต้านไวรัสให้เป็นส่วนหนึ่งของ OneCare ดังที่ทำอยู่ในปัจจุบัน

กลยุทธนี้ของไมโครซอฟท์น่าจะช่วยให้ผู้บริโภคได้รับความพึงพอใจสูงขึ้น, มี botnet น้อยลงและไวรัสประสบความสำเร็จในการโจมตีน้อยลงเนื่องจากในปัจจุบัน มีผู้บริโภคจำนวนมากที่ไม่ได้ซื้อหรืออัพเดตโปรแกรมต่อต้านไวรัส โดยทั่วไป ผู้บริโภคมักยินดีที่จะนำโปรแกรมแบบ “ให้เปล่า” ไปใช้งานได้โดยง่ายซึ่งควรส่งผลให้พวกเรามีความปลอดภัยในการใช้งานมากขึ้นกว่าเดิม

บทเรียนที่เราได้รับจากการเปลี่ยนแปลงนี้คือ เราไม่ควรเปิดโอกาสให้ผู้อื่นเข้ามาครอบครองสิ่งที่มีความสำคัญต่อความพึงพอใจดังเช่นความปลอดภัยของระบบ ซึ่งหวังว่าไมโครซอฟท์คงจดจำเรื่องนี้ไว้ในใจตลอดกาล
อีกเรื่องหนึ่งที่ควรกล่าวถึงคือ แอปเปิ้ลที่ปกติแล้วให้ความสำคัญกับการเป็นเจ้าของประสบการณ์ของผู้บริโภคเป็นอย่างมากยังไม่ได้แสดงความสนใจในการเป็นเจ้าของซอฟต์แวร์ต่อต้านไวรัส อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาถึงส่วนแบ่งการตลาดของแอปเปิ้ลที่ลดลงในปัจจุบัน แอปเปิ้ลอาจต้องการเปลี่ยนความสนใจจากการแข่งขันระหว่างเครื่องแมคกับวินโดวส์ มาเป็นการให้ความสนใจกับซอฟต์แวร์แต่ละตัว และหากไมโครซอฟท์ประสบความสำเร็จในเรื่องนี้ ไวรัสและมัลแวร์ต่าง ๆ อาจหันมาโจมตี MAC OS X มากขึ้น

เรียบเรียงจากเว็บไซต์ tgdaily.com

บทความที่เกี่ยวข้อง

 

 

Reader:2288

Leave a Reply

ค้นหาข้อมูล

RSS QuickPC : Games

RSS QuickPC : IT-News

Meta