หลังจาก Google ก่อให้เกิดความตื่นเต้นและประหลาดใจกับข่าวที่ว่า Chrome ได้ผ่านพัฒนากลายมาเป็นสินค้าให้เลือกใช้รุ่น 1.0 ก็เกิดคำถามขึ้นมาในทันทีว่า “Google มีเหตุผลอันใดที่จะถอดสถานะเบต้าของ Chrome ออกอย่างเร่งด่วนเช่นนี้” เราไม่สามารถหาเหตุผลที่เหมาะสมเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมีความขัดแย้งกับภาพลักษณ์อันใสซื่อของ Google และทาง Google เองก็ไม่ได้มีคำอธิบายเพิ่มเติมหรือมีงานแถลงข่าว ข้อมูลอย่างเป็นทางการที่เราได้รับมีปรากฏอยู่ใน blog ของ Google เท่านั้น
มันเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมากที่จะเห็นบริษัทใดก็ตามเปลี่ยนสถานะของซอฟต์แวร์ที่มีอายุน้อยจากสถานะเบต้ามาเป็นใช้งานได้จริงหลังจากผ่านไปเพียงร้อยวัน โดยเฉพาะในกรณีของ Google ที่ไม่มีปัญหาในการแช่แข็งสินค้าเด่นของตนให้อยู่ในสถานะเบต้านับเวลาหลายปี Gmail มีอายุห้าปีแล้วและยังคงอยู่ในสถานะเบต้า เช่นเดียวกับบริการ Docs ที่มีอายุสามปีแล้วเช่นกัน
แล้วเกิดอะไรขึ้นกับ Chrome? หากเราไม่ได้คำนึงถึงเรื่องที่ว่าเวอร์ชัน 1.0 มีลักษณะเหมือนกับเวอร์ชันเบต้ารุ่นล่าสุดที่ออกมาก่อนหน้า การนำคำว่าเบต้าออกไปย่อมหมายความว่า Google ต้องการสื่อว่า Chrome มีความน่าเชื่อถือเพียงพอสำหรับการใช้งานประจำวันและมีความสามารถครบถ้วนสมบูรณ์
นอกจากนี้ยังเป็นความพยายามในการดึงดูดความสนใจจากผู้ใช้ที่มักจะหลีกเลี่ยงเวอร์ชันเบต้าด้วยเหตุผลที่ว่า “ระวัง ข้อผิดพลาดที่เกิดจากซอฟต์แวร์ทำงานไม่สมบูรณ์” และคนส่วนใหญ่มักคิดว่า เบต้าหมายความว่า “กำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุง” โดยทั่วไป กลุ่มนักพัฒนามักตั้งใจทดสอบว่าสินค้ามีความสามารถครบถ้วนสมบูรณ์ในช่วงเบต้าหรือ release candidate ก่อนที่จะวางตลาดตัวจริง จากที่กล่าวมานี้จึงดูเหมือนว่า Chrome เร็วปานสายฟ้าแลบ ซึ่งเราคิดว่า Chrome ยังคงห่างไกลจากคำว่าความสามารถครบถ้วนสมบูรณ์
มีเสถียรภาพสำหรับการใช้งานทั่วไปหรือมีความสามารถครบถ้วนจริงหรือไม่?
blog ของ Google ระบุว่า มีการปรับปรุงปลั๊กอินเสียงและภาพ โดยอ้างว่า สมรรถภาพดีขึ้นและมีเสถียรภาพมากขึ้น Chrome 1.0 ยังคงมีปัญหากับปลั๊กอิน Flash และหยุดทำงานเมื่อเปิดเว็บไซต์บางแห่ง แต่ปลั๊กอิน Flash ไม่ควรจะทำให้บราวเซอร์รุ่น 1.0 เสียหายโดยไม่ขึ้นอยู่กับจำนวนแท็บที่เปิดอยู่ อาจกล่าวอย่างย่อได้ว่า Chrome 1.0 มีเสถียรภาพเท่ากับรุ่น 0.4.154.22 เบต้า และ Google ไม่อาจปฏิเสธความจริงข้อนี้
Google ชูจุดเด่นว่า Chrome 1.0 มีการเปลี่ยนแปลงเรื่อง bookmark manager และการควบคุมความเป็นส่วนตัวอย่างละเอียดมากขึ้น ซึ่งอันที่จริงแล้วความสามารถเหล่านี้เพิ่งเปิดตัวเมื่อประมาณหนึ่งเดือนก่อนหน้าในรุ่น 0.4.154.22 ที่ตามด้วยการแก้ไขข้อผิดพลาดในเวลาไม่นานด้วยหมายเลขรุ่นเดิม ซึ่งจัดว่าเป็นรุ่นที่ 13 หากนับตั้งแต่ต้น แล้วจึงตามด้วยการเปิดตัวรุ่น 1.0
Google อาจมีนิยามของคำว่า ความสามารถเพียบพร้อมสมบูรณ์หรือไม่แตกต่างจากผู้อื่น และอาจต้องการให้บราวเซอร์มีการใช้งานกันอย่างกว้างขวางมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่โดยรวมแล้ว Chrome ยังต้องมีตัวเลือกด้านต่าง ๆ มากกว่าในปัจจุบัน เช่น ความปลอดภัย, ความเป็นส่วนตัว และอาจมีการปรับปรุงยูสเซอร์อินเทอร์เฟซและคอนฟิกุเรชันต่าง ๆ ในตอนนี้ ดูเหมือนว่า Chrome เป็นที่ชื่นชอบของกลุ่มผู้ใช้เฉพาะกลุ่มที่มองหาสมรรถภาพอันสุดโต่ง ในขณะที่ Firefox เป็นที่ชื่นชอบของกลุ่มผู้ใช้ที่ใหญ่กว่าและมีการถ่วงน้ำหนักระหว่างความสามารถกับการออกแบบบราวเซอร์อย่างสมเหตุสมผลมากกว่า เป็นที่ชัดเจนว่าโดยตัว Chrome เองแล้วยังไม่สามารถต่อกรกับรุ่นพี่เบิ้มที่ใหญ่กว่า
เหตุผลทางด้านการตลาด?
Chrome ไม่ได้กลายร่างเป็นรุ่นใช้งานได้จริงในรูปแบบทั่วไป และมันไม่ได้เป็นความคิดที่ดีนักที่จะทำเพียงแค่เปลี่ยนชื่อจากเบต้ามาเป็นรุ่นใช้งานจริงและหวังว่าจะกลายเป็นรุ่นใช้จริงแบบน่าอัศจรรย์ ดังนั้นเหตุผลประการเดียวที่สมเหตุสมผลคือ เหตุผลทางด้านการตลาด บราวเซอร์รุ่นเบต้ามักจะมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ต่ำกว่าระดับ 1 % และไม่เข้มแข็งเพียงพอที่จะกลายร่างเป็นบราวเซอร์ที่ “ใช้งานจริง” บางที Google อาจรู้สึกเหนื่อยที่จะต้องมาเปรียบเทียบส่วนแบ่งตลาดกับ Opera และ IE8 Beta ในมุมมองของเรา การตัดสินใจเอาคำว่าเบต้าออกไปเป็นความเคลื่อนไหวทางการตลาดอย่างแท้จริงและเป็นการเร่งเครื่องอย่างเต็มสูบที่จะเพิ่มส่วนแบ่งตลาดของ Chrome
นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาถึงความตั้งใจของ Google ที่จะให้มีการติดตั้ง Chrome ไปยังเครื่องพีซี หากเราเป็นผู้ผลิตเครื่องพีซี เราคงไม่ติดตั้งบราวเซอร์รุ่นเบต้าให้แก่ลูกค้า และในทำนองเดียวกัน หากเราเป็นลูกค้า เราคงไม่ต้องการให้มีซอฟต์แวร์รุ่นเบต้าติดตั้งบนเครื่อง
บทสรุป
ความจริงก็คือ ผู้ใช้ทั่วไปจะไม่ได้รับประโยชน์เพิ่มเติมจาก Chrome 1.0 เมื่อเปรียบเทียบกับ Chrome 0.4.154.22 รุ่นเบต้า ในมุมมองทางด้านการตลาด การล้างสถานภาพของคำว่าเบต้าออกไปอาจช่วยเพิ่มส่วนแบ่งตลาดของ Chrome แต่อาจให้ผลเพียงระยะสั้นหากไม่มีการปรับปรุงโปรแกรมให้ได้รับการสนับสนุนจากปลั๊กอินอย่างกว้างขวางและเพิ่มเติมคุณสมบัติใหม่ ๆ ในช่วงระยะเวลาที่เหมาะสม
การพัฒนาคุณสมบัติที่ผู้ใช้ต้องการอาจเป็นหนทางที่ง่ายที่สุดในการเพิ่มจำนวนผู้ใช้และสร้างความภักดีต่อสินค้า การใช้ลูกเล่นตื้น ๆ ในการเปลี่ยนสถานะจากเบต้าเป็นใช้งานได้จริงเป็นความพยายามที่เสี่ยงพอดูในการเพิ่มจำนวนผู้ใช้และอาจเกิดอาการย้อนศรให้ผลลัพธ์ในทางตรงกันข้าม เมื่อ Chrome กลายเป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้งานได้จริง ทำให้ Chrome สูญเสียประโยชน์ของการเป็นซอฟต์แวร์รุ่นเบต้าในการเปรียบเทียบกับบราวเซอร์ตัวอื่น และสิ่งที่อาจแย่กว่านั้นคือ ความน่าเชื่อถือของซอฟต์แวร์ที่ใช้งานได้จริงของ Google อาจได้รับผลกระทบหาก Chrome ยังคงมีปัญหาหลายอย่างหมักหมมอยู่
เราไม่มีปัญหาแต่อย่างใดในการเปลี่ยนสถานะของ Chrome จากเบต้าไปเป็นใช้งานได้จริงหาก 1) Chrome 1.0 มีคุณภาพดีขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นเบต้าล่าสุด 2) หาก Google เปิดเผยแนวทางการพัฒนา Chrome ภายในอนาคตอันใกล้ดังเช่นที่ Mozilla กระทำเพื่อช่วยให้ผู้ใช้ทราบว่ารุ่นเบต้าใดจะกลายเป็นรุ่น final candidate
เรายังคงเชื่อมั่นว่า Chrome อาจกลายเป็นบราวเซอร์ที่น่าอัศจรรย์ แต่การวางตลาดรุ่น 1.0 เป็นการตัดสินใจที่ไม่ค่อยถูกต้องเท่าใดนัก Chrome ยังควรเป็นสินค้ารุ่นเบต้า เป็นที่ชัดเจนว่า เป็นเรื่องยากที่จะดาวน์เกรดมันให้กลับเป็นรุ่น 0.9 หรือ Google ควรอัพเกรดให้เป็นรุ่น 1.5 เบต้าแทน?
เรียบเรียงจากบทความเรื่อง Google Chrome is not ready for prime time โดย Christian Zibreg เว็บไซต์ TGdaily
บทความที่เกี่ยวข้อง
|
|
|
Reader:2071




ใฃ้อยู่ครับ ผมว่าก็ดีนะใช้งานง่ายดีชอบๆ