สถาปัตยกรรมมัลติคอร์รุ่นใหม่ของอินเทล ไม่ใช่แค่ 2 4 6 หรือ 8 คอร์ แต่มีมากกว่านั้น
เมื่อไม่นานมานี้ อินเทล คอร์ปอเรชั่น ได้มีการกล่าวถึงไมโครโปรเซสเซอร์และเทคโนโลยีชั้นยอดรุ่นใหม่ที่เตรียมเปิดตัวในอนาคตอันใกล้ เทคโนโลยีกระบวนการผลิตแบบ 45 นาโนเมตร ที่มี high-k metal gate ของอินเทล ได้ช่วยให้อุตสาหกรรมก้าวสู่การใช้โปรเซสเซอร์แบบมัลติคอร์ได้ในตลาดทุกเซ็กเม้นท์ นอกจากนั้น อินเทลยังพูดถึงโปรเซสเซอร์ในอนาคตที่มีคอร์ประมวลผลหลายคอร์ นับตั้งแต่ สี่ หก แปด และมากกว่านั้น ซึ่งจะมีการแนะนำออกสู่ตลาดในเร็วๆ นี้อีกด้วย
แพท เกลซิงเกอร์ รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป กลุ่ทมดิจิตอล เอ็นเตอร์ไพรซ์ ของอินเทล ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับเซิร์ฟเวอร์แบบมัลติโปรเซสเซอร์ (multi-processor หรือ MP) ที่ใช้โปรเซสเซอร์แบบ 6 คอร์ของอินเทลซึ่งใช้ชื่อรหัสว่า Dunnington และไอเทเนียม โปรเซสเซอร์ ของอินเทล ซึ่งมีชื่อรหัสว่า Tukwila เกลซิงเกอร์ยังได้พูดถึงเรื่องในแวดวง เอ็นเตอร์ไพรซ์ที่กำลังเป็นที่สนใจอยู่ในขณะนี้ เช่น การทำเวอร์ช่วลไลเซชั่น และเบนช์มาร์กการใช้พลังงานรุ่นใหม่ของ SPEC ที่สามารถใช้ตรวจสอบประสิทธิภาพการใช้พลังงานของเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งผลการทดสอบพบว่า คอมพิวเตอร์ที่ใช้โปรเซสเซอร์อินเทลถูกจัดอยู่ใน 20 อันดับแรกทั้งหมด
นอกจากนี้ เกลซิงเกอร์ ยังได้พูดถึงคุณสมบัติด้านเทคนิคต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ที่มีความสำคัญสองชนิดของอินเทล ประกอบด้วย โปรเซสเซอร์ตระกูลใหม่ของอินเทลที่มีชื่อรหัสว่า Nehalem และโปรเซสเซอร์อินเทลที่มีหลายคอร์และจะเปิดตัวในอนาคต โดยมีชื่อรหัสในขณะนี้ว่า Larrabee
Dunnington สำหรับเซิร์ฟเวอร์ที่ปรับขยายระบบได้ (มัลติโปรเซสเซอร์)
แพลตฟอร์มอินเทลที่ใช้ชิปเซ็ตตระกูล 7300 รุ่นปัจจุบัน เมื่อทำงานร่วมกับโปรเซสเซอร์ ซีออน 7300 แบบคว๊อดคอร์ จะทำให้แพลตฟอร์มดังกล่าวเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในแวดวงอุตสาหกรรมสำหรับการทำงานด้านเวอร์ช่วลไลเซชั่น ซึ่งเหมาะกับเซิร์ฟเวอร์แบบมัลติโปรเซสเซอร์ Dunnington มีซ็อกเก็ตที่สามารถใช้ร่วมกับแพลตฟอร์ม Caneland ได้ โดยจะเข้าสู่ตลาดในช่วงครึ่งหลังของปี 2551 Dunnington เป็นโปรเซสเซอร์แบบ 6 คอร์รุ่นแรกที่ใช้สถาปัตยกรรม
อินเทล โดยโปรเซสเซอร์รุ่นนี้ใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ 45 nm ที่เป็น high-k พร้อมด้วยแคชขนาดใหญ่ที่ใช้ร่วมกัน
คุณสมบัติใหม่อีกชนิดหนึ่งที่เข้ามาช่วยเสริมการทำงาน คือ เทคโนโลยี FlexMigration ที่ยอมให้กลุ่มของเวอร์ช่วลไลเซชั่นหนึ่งชุดที่ทำงานร่วมกัน และสนับสนุนการทำงานของ live VM(Virtual Machine) สามารถย้ายการทำงานไปมาระหว่างเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้สถาปัตยกรรม อินเทล คอร์™ ไมโครอาร์คิเทคเจอร์ ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีแบบ 65 nm และ 45 nm ที่ใช้เทคโนโลยี high-k รวมทั้งเซิร์ฟเวอร์แบบ 45 nm ได้ การใช้แนวทางดังกล่าวจะช่วยปกป้องการลงทุน และเปิดทางให้ลูกค้ามีสิทธิ์เลือกแพลตฟอร์มเซิร์ฟเวอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงประสิทธิภาพด้านการใช้พลังงาน ราคา และความไว้วางใจได้ ตามแบบฉบับของตนเอง
Tukwila กับประสิทธิภาพที่มีให้ในระดับ ‘ที่สุดของโลก’
Tukwila คือชื่อรหัสของไอเทเนียม โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่นใหม่ของอินเทลที่มีสี่คอร์ มาพร้อมกับ แคชขนาด 30 MB ระบบ QuickPath InterConnect รวมถึง Integrated Memory Controller สองตัว และคุณสมบัติ RAS ที่ทำงานระดับเมนเฟรม
Tukwila เป็นไมโครโปรเซสเซอร์ที่มีทรานซิสเตอร์ในตัว 2 พันล้านชิ้น อินเทลคาดว่าโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่นี้จะมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นสองเท่าเมื่อเทียบกับอินเทล ไอเทเนียม โปรเซสเซอร์ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน
Nehalem เป็นสถาปัตยกรรมโปรเซสเซอร์ระดับไมโครอาร์คิเทคเจอร์ ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยขยายขอบเขตการทำงานได้อย่างเต็มที่
Nehalem จะทำให้ไมโครโปรเซสเซอร์ชั้นยอดในปัจจุบันของอินเทล มีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้นและใช้พลังงานได้อย่างประหยัดยิ่งกว่าเดิม Nehalem รุ่นที่จะเปิดตัวในเร็วๆ นี้ โครงสร้างสามารถรองรับได้ตั้งแต่ 2 ถึง 8 คอร์ พร้อมด้วยคุณสมบัติ Simultaneous Multi-threading ที่ทำให้สามารถประมวลผลชิ้นงานตั้งแต่ 4 จนถึง 16 เธรดไปพร้อมๆ กันได้
Nehalem จะมีแบนด์วิธของเมมโมรี่มากกว่าเดิม 4 เท่าเมื่อเทียบกับระบบที่ใช้ อินเทล ซีออน โปรเซสเซอร์รุ่นที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในปัจจุบัน นอกจากนี้ โปรเซสเซอร์รุ่นนี้ยังมีแคช L3 ได้มากถึง 8 MB มีทรานซิสเตอร์ 731 ล้านตัว มี QuickPath interconnect (สูงสุดถึง 25.6 กิกะบิตต่อวินาที) มีเมมโมรี่คอนโทรลเลอร์ในตัว และมี integrate graphic ให้เลือกเป็นออพชั่น ด้วยเหตุนี้ Nehalem จึงสามารถรองรับการทำงานได้ตั้งแต่โน้ตบุ๊กไปจนถึงเซิร์ฟเวอร์ประสิทธิภาพสูงสุดได้
คุณสมบัติอื่นๆ ที่มีการพูดถึงยังประกอบด้วย การทำงานที่รองรับเมมโมรี่ DDR3-800, 1066 และ 1333 ชุดคำสั่ง SSE4.2 แคชคำสั่งขนาด 32 KB แคชข้อมูลขนาด 32 KB แคช L2 ขนาด 256K รวมถึงแคชเพิ่มความเร็วคำสั่งของแต่ละคอร์ และโครงสร้าง TLB (Translation Lookaside Buffer) ระดับ 2 ชนิดใหม่ด้วยการปรับปรุงคุณสมบัติด้านเทคนิคต่างๆ เหล่านี้ จะช่วยให้ระบบที่ใช้สถาปัตยกรรม Nehalem
มีประสิทธิภาพสูงขึ้นและยืดหยุ่นมากขึ้นเพื่อรองรับสินค้าที่หลากหลาย นอกจากนี้ เกลซิงเกอร์ ยังได้พูดถึงแพลตฟอร์มรุ่นใหม่ที่ชื่อ Tylersburg ซึ่งสามารถปรับคอนฟิกูเรชั่นให้ทำงานได้ทั้งแบบ High End Desktop (HEDT) ชนิดซ็อกเก็ตเดียว หรือแบบ HPC and dual processing server ชนิดสองซ็อกเก็ต
Visual Computing: ระบบแสดงผลที่ยอดเยี่ยมกว่าเดิม
Visual Computing เป็นนิยามใหม่ของประสบการณ์ของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ที่มีการแสดงผลประสิทธิภาพสูงขึ้น และรองรับการทำงานของระบบแสดงผลภาพความละเอียดสูง อินเทลได้พัฒนาเทคนิคใหม่ๆ เพื่อรองรับการเล่นเกม การแสดงผลภาพกราฟิก รวมทั้งระบบเสียงและวิดีโอ ที่มีความคมชัดสมจริงและเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการผู้ใช้พีซีโดยเฉพาะ ตัวอย่างของเทคนิคการจัดแสงทั่วทั้งหน้าจอ ซึ่งได้แก่ การให้แสงเพื่อสร้างเงาที่ถูกต้องและเทคนิคแสงสะท้อนแบบต่างๆ ที่ทำให้คอมพิวเตอร์ต้องการประสิทธิภาพของระบบกราฟิกมากกว่าเครื่องที่มีการแสดงผลกราฟิกแบบเดิมๆ ในขณะที่การแสดงผลของพฤติกรรมต่างๆ ที่ดูสมจริงจากแอพพลิเคชั่นชนิดต่างๆ อาทิเช่น ตัวละครที่มีชีวิตในเกมทั้งหลาย หรือแม้แต่การแสดงผลการเคลื่อนไหวของมนุษย์ที่สมจริงในระบบภาพทางการแพทย์ สิ่งเหล่านี้ล้วนผลักดันให้ตลาดต้องการระบบประมวลผลเอนกประสงค์ที่สามารถรองรับการทำงานของระบบกราฟิกในลักษณะนี้ได้ด้วย
สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ผู้ใช้ต้องการก็คือ ลักษณะของการปฏิสัมพันธ์ในระดับใหม่ๆ ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้ต้องการระบบควบคุมเกมในรูปแบบใหม่ที่เข้าใจการเคลื่อนไหวของมนุษย์ เพื่อทำให้ผู้ใช้เครื่องกลายเป็นตัวละครในเกมโปรดของตนได้ด้วย
ในขณะที่เซ็นเซอร์ภาพทางการแพทย์ซึ่งติดเอาไว้ที่ตัวของคนไข้จะแสดงข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อช่วยให้หมอทำการผ่าตัดตามคำแนะนำของคอมพิวเตอร์ได้
ด้วยเหตุนี้ การพัฒนาระบบการประมวลผลเพื่อการแสดงผลที่ยอดเยี่ยมได้นั้น อินเทลจำเป็นต้องมีแพลตฟอร์มที่สมบูรณ์แบบออกมารองรับด้วยเช่นกัน ซึ่งแพลตฟอร์มดังกล่าวต้องประกอบ
ด้วยซีพียูแบบมัลติคอร์ ชิปเซ็ต และระบบกราฟิก พร้อมด้วยซอฟต์แวร์และเครื่องมือที่เกี่ยวข้องสำหรับนักพัฒนาด้วย อินเทลจึงเพิ่มการลงทุนเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์มต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาระบบประมวลผลเพื่อการแสดงผลที่ก้าวหน้าอยู่เสมอ
สถาปัตยกรรม Larrabee กับระบบการแสดงผล
ภายในปลายปีนี้ อินเทลจะทำการสาธิตประสิทธิภาพของสถาปัตยกรรม Larrabee ขึ้นเป็นครั้งแรก โดยสถาปัตยกรรมนี้ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งของอินเทลที่จะนำเราไปสู่แพลตฟอร์มประมวลผลที่เน้นประสิทธิภาพด้านการแสดงผลอย่างแท้จริง
สถาปัตยกรรม Larrabee ประกอบด้วย wide SIMD vector processing unit (VPU) ที่มีประสิทธิภาพสูง พร้อมชุดคำสั่งเวกเตอร์รุ่นใหม่ ซึ่งคำนวณได้ทั้งเลขจำนวนเต็มและเลขทศนิยม การทำงานของเมมโมรี่เวกเตอร์ และชุดคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับเงื่อนไขต่างๆ
นอกจากนั้น Larrabee ยังมีการออกแบบแคชระดับฮาร์ดแวร์แบบใหม่เพื่อรองรับการทำงานของสถาปัตยกรรมแบบหลายคอร์ อินเทลยังได้ออกแบบสถาปัตยกรรมและชุดคำสั่งเพื่อทำให้ระบบมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเขียนโปรแกรมสำหรับระบบงานเอนกประสงค์ได้ เพื่อสนองตอบต่อความต้องการของระบบประมวลผลสำหรับการแสดงผลและระบบประมวลผลแบบคู่ขนานอื่นๆ โดยเฉพาะ
เครื่องมือต่างๆ คือหัวใจสำคัญของความสำเร็จ และ Intel® Software Products จะได้รับการพัฒนาให้สามารถรองรับการทำงานของสถาปัตยกรรม Larrabee และช่วยให้นักพัฒนาทำงานได้อย่างอิสระมากขึ้น นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้สถาปัตยกรรม Larrabee ยังสามารถใช้ได้กับ API มาตรฐานอุตสาหกรรมอย่าง DirectX และ OpenGL อีกด้วย
Intel AVX: อีกระดับของชุดคำสั่งใหม่จากอินเทล
เกลซิงเกอร์ ยังได้พูดถึง Intel AVX (Advanced Vector Extensive) ที่โปรแกรมเมอร์สามารถนำไปใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับซอฟต์แวร์ที่เน้นการทำงานซึ่งเกี่ยวข้องกับเลขทศนิยม สื่อข้อมูลขนาดใหญ่ รวมถึงซอฟต์แวร์ที่ต้องการสมรรถนะที่หนักหน่วงจากโปรเซสเซอร์
นอกจากนี้ AVX ยังช่วยให้เครื่องมีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถใช้กับโปรเซสเซอร์รุ่นต่างๆ ของอินเทลที่มีอยู่ในปัจจุบันได้ คุณสมบัติหลักๆ ได้แก่ เวกเตอร์ที่กว้างขึ้นจากเดิม 128 บิต เป็น 256 บิต ส่งผลให้เอาท์พุต FLOPs สูงสุดเพิ่มขึ้นสองเท่า มีระบบจัดเรียงข้อมูลแบบใหม่ ซึ่งช่วยให้ดึงข้อมูลไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งthree operand และ non-destructive syntax ซึ่งให้ประโยชน์อย่างมาก
อินเทลจะเปิดเผยรายละเอียดต่างๆ ของ AVX ในงาน Intel Developer Forum ซึ่งจะจัดขึ้นที่เซี่ยงไฮ้ ราวต้นเดือนเมษายน 2551 โดยชุดคำสั่งนี้จะรวมอยู่ในสถาปัตยกรรมไมโครอาร์คิเทคเจอร์รุ่นใหม่ที่มีชื่อรหัสว่า Sandy Bridge จึงมีกำหนดเปิดตัวในปี 2553

ความคิดเห็นล่าสุด