สงครามซีพียูระหว่างอินเทลกับเอเอ็มดีจะกลับมาอีกครั้งหรือไม่
สงครามชิปกับอินเทลอาจมีความร้อนแรงขึ้นมาอีกครั้งหลังจากเอเอ็มดีวางตลาดสินค้าตัวใหม่หลายตัวในเดือนนี้ โดยหลังจากประสบกับปัญหามากมายตลอดทั้งปี 2007 ไม่ว่าจะเป็นความล่าช้าในการวางตลาดสินค้าและผลการตอบรับที่ไม่ค่อยดีนักจนทำให้นักวิเคราะห์หลายคนเริ่มแสดงความคิดเห็นว่า เอเอ็มดีอาจถูกซื้อกิจการ ในขณะที่เอเอ็มดีพยายามดิ้นรนเอาตัวรอด อินเทลกลับมีความเข้มแข็งมากขึ้นในปีครึ่งที่ผ่านมา ชิปสี่คอร์และโปรเซสเซอร์ที่ใช้กระบวนการผลิต 45 นาโนเมตรได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีและก้าวนำหน้าเอเอ็มดีอยู่พอควร
อย่างไรก็ดี เมื่อไม่นานมานี้ เอเอ็มดีเริ่มที่จะแสดงสัญญาณชีพบางอย่างด้วยการเปิดตัวชิปเซตกราฟิกในช่วงต้นเดือนนี้และตามด้วยโปรเซสเซอร์สำหรับคอมพิวเตอร์เดสก์ทอปตัวใหม่ในสัปดาห์นี้ โดยระบบ Barcelona ตัวแรกของเอเอ็มดีน่าจะวางตลาดในเดือนเมษายน ตามด้วยชิปสี่คอร์กับสามคอร์ 65 วัตต์สำหรับคอมพิวเตอร์เดสก์ทอป อันน่าจะทำให้เอเอ็มดีสามารถกลับเข้ามาร่วมเล่นเกมการแข่งขันได้อีกครั้ง
จิม แมคเกรเกอร์ซึ่งเป็นนักวิเคราะห์ที่ In Stat ในสกอตต์เดล รัฐอาริโซนา กล่าวว่า สงครามการแข่งขันครั้งใหม่ระหว่างยักษ์ใหญ่โปรเซสเซอร์ทั้งสองรายย่อมก่อให้เกิดข้อดีแก่วงการอุตสาหกรรม มันเป็นเรื่องดีที่เห็นเอเอ็มดีกลับเข้ามาเล่นเกมได้อีกครั้ง แม้ว่าเอเอ็มดียังมีปัญหาหลายอย่างที่ต้องจัดการโดยเฉพาะปัญหาเรื่องการเงิน ซึ่งเมื่อตกลงไปในหลุมแล้ว ก็เป็นการยากที่จะปีนขึ้นมาจากหลุม แต่อย่างน้อยที่สุด เอเอ็มดีก็พยายามที่จะเข้ามาเล่นเกมอีกครั้ง
ในขณะที่เอเอ็มดีพยายามอย่างหนักในการกลับมาสู่สังเวียนอีกครั้ง ทางฟากของอินเทลก็ไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด โดยผู้บริหารของอินเทลได้แถลงข่าวเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมาว่าอินเทลวางแผนที่จะเริ่มจัดส่งโปรเซสเซอร์หกคอร์ให้แก่ผู้ขายในช่วงครึ่งปีหลัง โปรเซสเซอร์หกคอร์ซึ่งมีชื่อรหัสว่า Dunnington ประกอบด้วยทรานซิสเตอร์จำนวน 1,900 ล้านตัวพร้อมกับแคชระดับสามขนาด 16 เมกะไบต์ และใช้เทคโนโลยีการผลิต 45 นาโนเมตร
ในเวลาเดียวกัน อินเทลยังได้ประกาศว่าอินเทลจะเริ่มผลิตชิป Nehalem สี่คอร์ด้วยกระบวนการผลิต 45 นาโนเมตรในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ ส่วนชิป Tukwila อันเป็นชิปสี่คอร์ 65 นาโนเมตรและเป็นการอัพเกรดชิปตระกูล Itanium จะวางตลาดภายในสิ้นปีนี้ เป็นที่คาดการณ์ว่าอินเทลน่าจะเปิดเผยโรดแมพของชิปในงาน Intel Developer Forum ที่จัดขึ้นในเซี่ยงไฮ้
นาธาน บรุ๊ควู้ดซึ่งเป็นนักวิเคราะห์ที่ Insight 64 ในซาราโทกา รัฐแคลิฟอร์เนีย กล่าวว่า การแข่งขันและนวัตกรรมจะดียิ่งขึ้นหากบริษัททั้งสองอยู่ในตำแหน่งเดียวกันและสามารถต่อกรกันได้อย่างสูสี เขาคิดว่าเมื่อทั้งสองบริษัทสามารถแข่งขันกันได้อย่างสูสี ผลัดกันรุกและผลัดกันรับ มันจะเสมือนการชมการแข่งขันเทนนิสของผู้เล่นระดับโลกที่มีการโต้กลับไปกลับมาจนกว่าเทพธิดาแห่งชัยชนะจะหันมายิ้มให้ฝ่ายหนึ่งหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะทำผิดพลาดเสียเอง แต่ดูเหมือนว่า สถานการณ์ในปัจจุบันจะไม่ใช่การแข่งขันที่สูสีนัก
แดน โอลด์ซึ่งเป็นนักวิเคราะห์ที่ Gabriel Consulting Group ในบีเวอร์ตัน รัฐโอเรกอน ได้แสดงความเห็นว่า หากจะให้เอเอ็มดีสามารถเดินเครื่องได้อย่างเต็มสูบ เอเอ็มดีต้องทำมากกว่าการผลักดันโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ออกสู่ท้องตลาด ในการแก้ไขปัญหาทางการเงินและกลับมาหยั่งเท้าในตลาดได้อย่างเต็มภาคภูมิ เอเอ็มดีต้องไม่ทำเพียงแค่พยายามตามผู้นำในปัจจุบันให้ทันเท่านั้น แต่ต้องพยายามก้าวล้ำนำหน้าอินเทลด้วยสินค้าที่ดีกว่า, เร็วกว่า เอเอ็มดีต้องสามารถสร้างสินค้าที่มีสมรรถภาพสูงกว่า ราคาต่ำกว่าทั้งในตลาดระดับบนและตลาดระดับล่าง ปัญหาก็คือ การเข้าซื้อกิจการ ATI ของเอเอ็มดีก่อให้เกิดหนี้สินและค่าใช้จ่ายจำนวนมาก อันทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไปจากแต่ก่อน อันหมายความว่า เอเอ็มดีต้องการยอดขายที่สูงขึ้นและกำไรที่มากกว่าเดิมในการช่วยให้สถานการณ์กลับมาเป็นเหมือนเดิม ในการทำให้ได้กำไรระดับนั้น เอเอ็มดีต้องมีสินค้าที่ยอดเยี่ยมกว่าอินเทลอย่างมาก ซึ่งอาจทำได้เช่นนั้นดังที่เคยทำให้ทุกคนรวมไปถึงอินเทลประหลาดใจด้วย Opteron (ข้อมูลจาก Computerworld.com)

ความคิดเห็นล่าสุด