Home > ข่าวเทคโนโลยี > ส่วนแบ่งตลาดของเอเอ็มดีเพิ่มขึ้นแต่มีผลกระทบต่ออินเทลเพียงเล็กน้อย


ส่วนแบ่งตลาดของเอเอ็มดีเพิ่มขึ้นแต่มีผลกระทบต่ออินเทลเพียงเล็กน้อย

July 7th, 2008

หากเราเชื่อคำประกาศของผู้บริหารของเอเอ็มดี จะเห็นว่ากลยุทธ์ของบริษัทคือใช้ทฤษฎีรักษาและเพิ่มส่วนแบ่งตลาดโดยไม่สนใจเรื่องค่าใช้จ่าย ซึ่งที่ผ่านมาเกมนี้ก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายแก่เอเอ็มดีมากกว่า 4.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ แต่ข้อมูลของ iSuppli แสดงให้เห็นว่า เอเอ็มดีอาจกำลังดำเนินการมาถึงจุดที่สามารถรักษาส่วนแบ่งตลาดและมีรากฐานมั่นคงพอที่จะเติบโตในอนาคต อย่างไรก็ดี ตัวเลขของ iSuppli ยังแสดงให้เห็นว่า เอเอ็มดียังคงเดินอยู่บนเส้นด้าย

ตัวเลขส่วนแบ่งการตลาดซีพียูล่าสุดของ iSuppli เป็นตัวเลขที่ทำให้มองเห็นภาพโดยรวมของตลาด อันแสดงให้เห็นทั้งแง่บวกและแง่ลบของผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยทั้งเอเอ็มดีและอินเทลกำลังมีส่วนแบ่งมากขึ้น ในขณะที่รายอื่นมีส่วนแบ่งลดลง ซึ่งเมื่อพิจารณาที่ตัวเลขของเอเอ็มดีเป็นอันดับแรก iSuppli ระบุว่าเอเอ็มดีมีส่วนแบ่งตลาดในไตรมาสแรกของปี 2007 อยู่ที่ 10.9 % และเพิ่มขึ้นมาเป็น 14.1 % ในไตรมาสที่สี่ของปี 2007 จากนั้นตกลงมาเหลือ 13.00 % ในไตรมาสแรกของปี 2008 กล่าวโดยรวมแล้ว เอเอ็มดีมีแนวโน้มเป็นบวก

เป็นที่แน่นอนว่า ไตรมาสที่ 1 ของปี 2007 เป็นไตรมาสอันโหดร้ายของเอเอ็มดี โดยเอเอ็มดีสูญเสียส่วนแบ่งในตลาดซีพียูไปถึงหนึ่งในสามให้แก่อินเทล (ตกจาก 15.7 %) อันเป็นผลสะท้อนให้เห็นความสำเร็จของโปรเซสเซอร์ Core 2 Duo ของอินเทล (รวมไปถึงปัญหาช่องทางจัดจำหน่ายของเอเอ็มดี) และทำให้ในไตรมาสแรก เอเอ็มดีขาดทุน 611 ล้านเหรียญ ในเวลานั้น เอเอ็มดียังคงใช้กลยุทธ์ตัดราคาโดยหวังว่าจะทำให้สูญเสียส่วนแบ่งการตลาดน้อยลงโดยไม่คำนึงถึงค่าใช้จ่าย ซึ่งจัดได้ว่ากลยุทธ์ที่ใช้ได้ผล ทำให้เอเอ็มดีระงับการสูญเสียส่วนแบ่งตลาดและเริ่มได้รับส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นอีกครั้ง แต่เป็นที่ชัดเจนว่า ส่วนแบ่งตลาดที่เพิ่มขึ้นนั้นเป็นการเพิ่มขึ้นแบบ “เทียม” ที่ได้รับการสนับสนุนจากกลยุทธ์การตั้งราคาที่เอเอ็มดีไม่น่าจะสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง

เป็นที่คาดการณ์ว่าไตรมาสที่สองของปี 2008 จะเป็นอีกไตรมาสหนึ่งที่เอเอ็มดียังคงมีผลประกอบการขาดทุน ในขณะที่ซีอีโอเฮคเตอร์ รูอิซได้ให้สัญญาว่าเอเอ็มดีจะเริ่มกลับมามีกำไรในไตรมาสที่ 3 ซึ่งเมื่อเอเอ็มดีเริ่มทำผลประกอบการให้มีกำไรได้อีกครั้ง เราจะทราบถึงส่วนแบ่งการตลาดที่ “แท้จริง” ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับว่าโปรเซสเซอร์สามคอร์และสี่คอร์สร้างผลกำไรได้มากน้อยเพียงใด และเมื่อผู้บริโภคให้ความสนใจกับโปรเซสเซอร์ Phenom สามคอร์มากกว่าโปรเซสเซอร์สองคอร์ของอินเทล ส่วนกราฟิกก็เป็นตัวแปรสำคัญในเกมที่อาจมีบทบาทช่วยให้เอเอ็มดีกลับมามีผลกำไรอีกครั้ง

ในอีกทางหนึ่ง ดูเหมือนว่าอินเทลไม่มีเรื่องอะไรต้องกังวล โดยอินเทลมีส่วนแบ่งตลาดในไตรมาสที่ 1 ของปี 2007 อยู่ที่ 80.4 % และตกลงเหลือ 78.5 % ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2007 จากนั้นเด้งกลับมาเป็น 79.7 % แม้เปรียบเทียบปีต่อปี อินเทลจะมีส่วนแบ่งตลาดลดลง แต่เราสามารถพูดได้เต็มปากว่าแนวโน้มเมื่อไม่นานมานี้ส่งสัญญาณออกมาให้เห็นว่าส่วนแบ่งตลาดของอินเทลกำลังจะเพิ่มขึ้นขึ้นอีกครั้ง โดยอินเทลเพิ่งจะลดราคาโปรเซสเซอร์สี่คอร์เพื่อต่อกรกับการตั้งราคาต่ำของโปรเซสเซอร์สี่คอร์ของเอเอ็มดี แต่ยังไม่ได้มีความเคลื่อนไหวมากมายกับการตั้งราคาซีพียูสองคอร์และซีพียูระดับบน อันแสดงให้เห็นว่าในครั้งนี้ มีแรงกดดันเรื่องราคาเพียงเล็กน้อย

ในปัจจุบัน ดูเหมือนว่าทั้งสองบริษัทได้กำหนดช่วงราคาที่เหมาะสมและทั้งสองบริษัทกำลังได้รับส่วนแบ่งตลาดที่แย่งชิงมาจากบริษัทอื่นมากขึ้นแทนที่จะเป็นการแย่งส่วนแบ่งตลาดซึ่งกันและกัน ผู้ผลิตซีพียูรายอื่นมีส่วนแบ่งตลาดซีพียูลดลงจาก 8.7 % ในไตรมาสแรกของปี 2007 มาอยู่ที่ 7.4 % ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2007 และ 7.3 % ในไตรมาสแรกของปี 2008 คำถามที่ยังเหลืออยู่คือ เอเอ็มดีมีส่วนแบ่งตลาดมากเพียงพอที่จะเริ่มสร้างผลกำไรหรือทำให้ผลกำไรเพิ่มมากขึ้นแล้วหรือยัง
 

 

ข่าวเทคโนโลยี , ,

Reader:925

Comments are closed.