Windows 7 RC เริ่มหมดอายุการใช้งานในวันที่ 1 มีนาคม 2010
เมื่อประมาณเดือนพฤษภาคมปี 2009 ทางไมโครซอฟท์ได้เปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถดาวน์โหลด Windows 7 RC (Release Candidate) ซึ่งถือว่าเป็นเวอร์ชันที่เกือบจะสมบูรณ์ มาใช้งานได้ฟรีๆ เป็นเวลาประมาณ 1 ปี
เมื่อประมาณเดือนพฤษภาคมปี 2009 ทางไมโครซอฟท์ได้เปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถดาวน์โหลด Windows 7 RC (Release Candidate) ซึ่งถือว่าเป็นเวอร์ชันที่เกือบจะสมบูรณ์ มาใช้งานได้ฟรีๆ เป็นเวลาประมาณ 1 ปี
ไมโครซอฟท์ได้แถลงข่าวว่าระบบปฏิบัติการตัวล่าสุดอย่าง Windows 7 นั้น เป็นระบบปฏิบัติการที่มียอดจำหน่ายได้รวดเร็วมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล
ตามปกติเวลาเราจะทำการปรับแต่งการทำงานของระบบวินโดวส์ในทุกๆ เวอร์ชันรวมถึง Win7 ด้วยนั้น เราก็จะทำการปรับแต่งผ่านทาง Control Panel ของวินโดวส์เป็นหลัก แต่ว่าหัวข้อที่ใช้ในการกำหนดการทำงานของวินโดวส์ที่อยู่ใน Control Panel นั้นถือว่าเป็นการปรับแต่งในระดับผู้ใช้งานทั่วไปเท่านั้น แต่อันที่จริงแล้วไมโครซอฟต์ได้ทำการซ่อนเครื่องมือในการปรับแต่งการทำงานใน Win7 ไว้อีกมากมาย ซึ่งข้อมูลจากเว็บไซต์ webtlk.com บอกกับเราว่าเราสามารถที่จะทำการสร้างชอร์ทคัทหรือว่าทางลัดเพื่อเข้าไปสู่เครื่องมือลับได้ด้วยการสร้างโฟลเดอร์พิเศษบนเดสก์ท็อปเท่านั้น
บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเตือนลูกค้าและคู่ค้าในประเทศไทยให้ระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ไมโครซอฟท์ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรวจพบและจับกุมร้านขายซอฟต์แวร์ที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์วินโดวส์ 7 ละเมิดลิขสิทธิ์ ทั้งที่ระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุดนี้ยังไม่มีการเปิดตัวและวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด
สำหรับวินโดวส์ทุกรุ่น สิ่งที่ต้องผ่านการทดสอบและพินิจพิจารณาอย่างรอบคอบและมีนัยสำคัญคือ สมรรถภาพด้านกราฟิก ไล่เรียงตั้งแต่การใช้งานทั่วไปขึ้นไปจนถึงเกมและ CAD ที่ใช้กราฟิกอย่างหนัก โดยมีการทดสอบฮาร์ดแวร์อย่างกว้างขวางตามความต้องการในการใช้งานที่แตกต่างกันไป ตั้งแต่การใช้งานขั้นพื้นฐานไปจนถึงความสามารถในการเล่นเฟรมด้วยความเร็วสูงสุดบนจอภาพหลายจอ สำหรับวินโดวส์ 7 ไมโครซอฟท์ตั้งเป้าที่จะปรับปรุงสมรรถภาพด้านกราฟิก “ในการใช้งานจริง” รวมไปถึงการปรับปรุงส่วนประกอบกราฟิกอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง ไมโครซอฟท์จึงทำการปรับปรุงทั้งในตัววินโดวส์ 7 เองและทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อปรับปรุงการทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ผ่านทางไดรเวอร์ (เรายังคงสามารถใช้ไดรเวอร์ของวินโดวส์วิสต้าในวินโดวส์ 7 ได้เช่นกัน แต่ไมโครซอฟท์ยังทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อปรับปรุงไดรเวอร์สำหรับวินโดวส์ 7 ซึ่งผู้ใช้น่าจะเคยทดสอบผ่านทางระบบดาวน์โหลด Windows Update)
บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวเว็บไซต์ www.windows7thailand.com เอาใจคนรักวินโดวส์ 7 ทั่วประเทศ ด้วยหลากหลายคอนเทนท์ที่เติมเต็มทุกประสบการณ์การใช้งานวินโดวส์ 7 ให้ได้รู้กันอย่างเต็มอิ่ม เจาะลึกทุกฟีเจอร์เด็ด พร้อมอัพเดทข่าววินโดวส์ 7 ล่าสุดให้ได้รู้กันก่อนใคร!
ทีแรกก็คิดว่ามีโปรแกรม EASEUS Partition Home Edition เพียงโปรแกรมเดียวที่จะเป็นโปรแกรมจัดการพาร์ทิชันแบบฟรีแวร์ที่มีขีดความสามารถในการทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการอย่างวินโดวส์วิสต้าและวินโดวส์ 7 แต่ตอนนี้ผู้เชียนก็ได้ไปพบกับโปรแกรมจัดการพาร์ทิชันอีกโปรแกรมหนึ่งที่มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวนั่นก็คือ Partition Wizard Home Edition 4.0
ตอนนี้ต้องถือว่าไมโครซอฟท์ได้ประสบความสำเร็จกับ Windows 7 เป็นที่เรียบร้อยแล้วแม้ว่าจะยังไม่ได้เริ่มทำการจำหน่ายก็ตาม โดยไมโครซอฟท์ได้วางเป้าหมายไว้ว่าจะเปิดตัว Windows 7 อย่างเป็นทางการในวันที่ 22 ตุลาคม 2009
Auslogics Disk Defrag ถือว่าเป็นโปรแกรมยอดนิยมอีกตัวหนึ่งที่ใช้จัดเรียงข้อมูลในฮาร์ดดิสก์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของระบบ และตอนนี้ทาง Auslogics ก็ได้ออก Disk Defrag เวอร์ชัน 2.0 ออกมาแล้ว
ใครที่กำลังรอคอยการมาของ Windows 7 อยู่ ตอนนี้มีข่าวดีแล้วครับ เพราะทางไมโครซอฟท์ได้เปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปได้เข้าไปดาวน์โหลด Windows 7 รุ่น RC แล้ว แม้ว่าจะยังไม่ใช่เวอร์ชันจริง แต่ก็ต้องบอกว่าความสามารถในการทำงานด้านต่างๆ นั้นครบถ้วนเหมือนเวอร์ชันจริงอย่างมากเลยทีเดียว
ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่ไม่ค่อยจะประทับใจการทำงานของวินโดวส์วิสต้ามากนัก และยังคงใช้วินโดวส์เอ็กซ์พีอยู่เป็นประจำ แต่ก็มีโอกาสได้ใช้วินโดวส์วิสต้าบ้างเวลาที่ต้องพกพาโน้ตบุ๊กไปทำงานข้างนอก เพราะโน้ตบุ๊กของผมมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการวินโดวส์วิสต้านั่นเอง แต่พอไมโครซอฟท์ได้เปิดให้ดาวน์โหลดวินโดวส์ 7 มาทดสอบการใช้งาน ผมก็ได้เริ่มใช้ชีวิตประจำวันร่วมกับวินโดวส์ 7 มากขึ้น เรียกได้ว่าใช้งานแทนวินโดวส์เอ็กซ์พีเลยก็ว่าได้
เว็บบล็อกของทีมพัฒนาวินโดวส์จากไมโครซอฟท์ ได้ระบุว่า จะมีการใส่ Windows XP Mode ลงไปในวินโดวส์ 7 ด้วย เพื่อช่วยให้ผู้ใช้วินโดวส์รุ่นเก่าๆ อย่างวินโดวส์เอ็กซ์พีสามารถนำแอพพลิเคชันต่างๆ มารันภายใต้สภาวะแวดล้อมของวินโดวส์ 7 ได้ แต่ว่าแอพพลิเคชันเหล่านั้นจะต้องทำงานอยู่ภายใต้ Virtual Machine ซึ่งไมโครซอฟท์ได้ใช้เอนจิ้นของ Virtual PC ที่ไมโครซอฟท์ได้เข้าซื้อไว้ตั้งแต่ปี 2003 มาเป็นส่วนสำคัญในการทำงาน
หนึ่งในความพยายามของไมโครซอฟท์ที่จะพัฒนาระบบปฏิบัติการ Windows 7 ก็คือ ต้องการใช้คอมพิวเตอร์ระดับล่างที่ไม่ได้มีกราฟิกการ์ดระดับสูงสามารถทำงานร่วมกับอินเทอร์เฟซแบบ Aero Glass ได้ ซึ่งก่อนหน้านี้เองไมโครซอฟท์ก็เคยมีปัญหาเรื่อง Aero Glass มาแล้วกับคอมพิวเตอร์จำนวนมากที่มีโลโก้คำว่า Vista Ready และ Vista Capable มาแล้ว นั่นก็คือฮาร์ดแวร์เหล่านั้นไม่สามารถรองรับการทำงานของวินโดวส์วิสต้าได้อย่างครบถ้วนในทุกคุณสมบัติ ซึ่งเรื่องนี้อาจจะเป็นการจงใจปกปิดจากผู้ค้าฮาร์ดแวร์เองก็เป็นได้ อย่างไรก็ตามไมโครซอฟต์ไม่ต้องการให้เกิดปัญหาในลักษณะดังกล่าวขึ้นมาอีก โดยเฉพาะในเรื่องของการเปิดใช้ความสามารถแบบ Aero Glass โดยล่าสุดไมโครซอฟท์ได้ทำการพัฒนาเทคโนโลยีที่เรียกว่า WARP ขึ้นมาเพื่อป้องกันแก้ปัญหาดังกล่าวไม่ให้กลับมาเกิดขึ้นอีกเมื่อวินโดวส์ 7 ออกสู่ตลาด
บริษัท เอเอ็มดี (NYSE: AMD) เปิดเผยถึงการสนับสนุน Windows® 7 ของ ATI Catalyst 9.3 กราฟิกไดรเวอร์เวอร์ชั่นล่าสุดว่า ATI Catalyst 9.3 เป็นกราฟิกไดรเวอร์ตัวแรกที่สนับสนุน Windows™ 7 ภายใต้ข้อกำหนด Windows Display Driver Model (WDDM) 1.1 ซึ่งนักทดสอบเบต้าคือผู้บริโภคกลุ่มแรกที่จะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่สำหรับการทดสอบ Windows 7 เวอร์ชั่นเบต้า
Read more…