Home > PR-News > แซสประกาศผลประกอบการทั่วโลกเพิ่มขึ้น 2.2% ด้วยรายได้ 2.31 พันล้านดอลลาร์


แซสประกาศผลประกอบการทั่วโลกเพิ่มขึ้น 2.2% ด้วยรายได้ 2.31 พันล้านดอลลาร์

February 5th, 2010

sas-3-feb2

บริษัท แซส ผู้นำในตลาดการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงธุรกิจ ประกาศผลประกอบการทั่วโลกในปี 2552 ทั่วโลก อยู่ที่ 2.31 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเพิ่มขึ้น 2.2% จากรายได้ที่ได้รับเมื่อปี 2551 พิสูจน์ได้ว่า ภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย บริษัท แซส ก็ยังสามารถเติบโตและสร้างกำไรได้อย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลา 34 ปี นับตั้งแต่บริษัทก่อตั้งขึ้นมา

 

“การเติบโตอย่างต่อเนื่องของเราในปี 2552 ถือเป็นบทพิสูจน์อย่างชัดเจนของบริษัทในการลงทุนระยะยาวกับลูกค้าและพนักงาน ตลอดจนการยึดมั่นในการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา” นายจิม กูดไนท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร (ซีอีโอ) บริษัท แซส กล่าว และว่า “เราไม่เพียงรอดพ้นจากภาวะเศรษฐกิจขาลงได้เท่านั้น แต่เรายังสามารถเดินหน้าต่อไปได้ด้วย”     

           

ในขณะที่รายได้จากผู้ค้าซอฟต์แวร์รายอื่นๆ ในตลาดลดลง แต่เฉพาะรายได้จากยอดขายซอฟต์แวร์ของบริษัทแซส เพิ่มขึ้นถึง 3.3% และยังได้ลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาซอฟท์แวร์อย่างต่อเนื่อง โดยลงทุนถึง 23% ของรายได้ในปี 2552 ซึ่งตอกย้ำจากคำสัญญาที่นายกูดไนท์ได้ให้ไว้เมื่อปีที่แล้ว ว่าจะไม่มีการปลดพนักงานอันเนื่องมาจากแรงกดดันทางเศรษฐกิจเป็นอันขาด โดยให้ความสำคัญในด้านพันธกิจของบริษัทที่มีต่อนวัตกรรมและพนักงาน

           

“เมื่อเดือนมกราคม ผมได้แจ้งแก่พนักงานว่าจะไม่มีการปลดพนักงาน” นายกูดไนท์ กล่าว และว่า “ผมต้องการให้พวกเขาให้ความสำคัญกับความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก และไม่ต้องเป็นกังวลต่อปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความอยู่รอดขององค์กร ผลก็คือเรายังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องแม้จะอยู่ในภาวะเศรษฐกิจขาลง และเราพร้อมที่จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่น่าสนใจอย่างยิ่งในปี 2553  นับว่าเป็นการขับเคลื่อนครั้งนี้ยิ่งใหญ่กว่าที่เคยเกิดขึ้นกับบริษัทของเรา”        

ช่วงเวลายากลำบากผลักดันยอดขายโซลูชั่นสำหรับต่อสู้กับความถดถอยทางเศรษฐกิจ

           

ผลประกอบการในปี 2552 เมื่อเทียบกับปี 2551 แสดงให้เห็นว่าลูกค้าได้นำโซลูชั่น SAS® ไปใช้เพื่อเพิ่มรายได้ผ่านการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและจัดการด้านการดำเนินงานและต้นทุนให้ดีขึ้นผ่านการบริหารความเสี่ยง ซึ่งจะเห็นได้ว่าโซลูชั่นการวิเคราะห์ ลูกค้าอัจฉริยะ การรวมข้อมูล (Data Integration) และการบริหารความเสี่ยงมีการขยายตัวสูงสุด

           

ในกลุ่มโซลูชั่นสำหรับอุตสาหกรรม อัตราการขยายตัวยังคงสูงสุดในภาคธนาคาร ภาครัฐ การให้บริการด้านสุขภาพ การประกันภัย และธุรกิจค้าปลีก โดยเฉพาะยอดขายด้านบริการทางการเงินซึ่งเพิ่มจำนวนอย่างมาก ถึง 42% ของรายได้ทั้งหมด บริษัทเหล่านี้ได้นำโซลูชั่นของบริษัท แซส ไปช่วยเป็นแนวทาง เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงด้านความต้องการของลูกค้า โมเดลธุรกิจ และการตรวจสอบของภาครัฐและธนาคารกลาง “การขยายตัวที่เพิ่มขึ้นในส่วนนี้ถือเป็นความสำเร็จที่แท้จริง” นายกูดไนท์ กล่าว และสิ่งนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจของบริษัท ผู้ให้บริการทางการเงินที่มีต่อขีดสามารถของบริษัทในการแก้ไขปัญหาทางธุรกิจที่ซับซ้อนร่วมกันได้

           

ในภาครัฐ ซึ่งมีรายได้คิดเป็น 15% จากทั้งหมด พบว่าปัญหาหลักของลูกค้าภาครัฐ ได้แก่ การลดลงของภาษีเงินได้ การจัดการระดับบริการและความโปร่งใส “เราพบว่ามีความสนใจเพิ่มขึ้นในการใช้ข้อมูลเป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ เพื่อต่อสู้กับความฉ้อโกง ตลอดจนช่วยให้เกิดมั่นใจได้ว่าจะสามารถจัดเก็บภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และทำให้แน่ใจได้ว่าพลเมืองจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากเงินภาษีที่พวกเขาเสียไป” กูดไนท์ กล่าว

           

สำหรับยอดขายธุรกิจด้านค้าปลีกนั้นอยู่ที่ 12% ของรายได้ทั้งหมด แม้ว่าสภาพแวดล้อมของธุรกิจด้านนี้จะมีปัญหามากก็ตาม แต่แซส ก็ยังสร้างกำไรได้ “การเติบโตในระดับเลขสองหลักของธุรกิจค้าปลีก เป็นสิ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง” นายกูดไนท์ กล่าว และว่า “เรากำลังช่วยให้ธุรกิจค้าค้าปลีก สามารถกำหนดราคาผลิตภัณฑ์และสินค้าคงคลัง ตลอดจนพิจารณาความต้องการซื้อในระดับภูมิภาค ระดับประเทศ และแม้แต่ในระดับร้านค้าของลูกค้าของตนได้ โดยธุรกิจค้าปลีกมีส่วนแบ่งตลาดที่เหนียวแน่นมาก และเราจะยังคงช่วยลูกค้าหาทางปรับปรุงให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปอีก”

ผลประกอบการทั่วโลก

           

รายได้ทั่วโลกของแซส ประกอบด้วย ภูมิภาคอเมริกามีรายได้คิดเป็นสัดส่วน 44% จากรายได้ทั้งหมด ขณะที่ภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลางและแอฟริกา (อีเมีย) คิดเป็น 45% และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอยู่ที่ระดับ 11%ทั้งนี้ 83% ของประเทศทั้งหมด 120 ประเทศ ของบริษัท แซส ที่ดำเนินธุรกิจอยู่นั้น มียอดขายซอฟต์แวร์ที่เติบโตขึ้น โดยในกลุ่มตลาดที่เติบโตมั่นคงแล้ว (Mature Market) อัตราการเติบโตของยอดขายซอฟต์แวร์ในสหรัฐ อังกฤษ แคนาดา เยอรมันนี และเนเธอร์แลนด์ มีสัดส่วนสูงตั้งแต่ 6-17% ในระดับสกุลเงินคงที่ สำหรับตลาดที่กำลังพัฒนา เปอร์เซ็นต์การเติบโตที่ระดับเลข สองหลักเกิดขึ้นในภูมิภาคยุโรปตะวันออกส่วนใหญ่ ตะวันออกกลาง แอฟริกาใต้ และส่วนต่างๆ ของภูมิภาคเอเชียและละตินอเมริกา

 

PR-News , ,

91 views

Comments are closed.